Ubisoft ปลดพนักงาน Skull and Bones 70 คน พร้อมปิดสตูดิโอ RedLynx
Ubisoft เดินหน้าปรับโครงสร้างและลดต้นทุนต่อเนื่อง ด้วยการปลดพนักงานที่ Ubisoft Singapore ซึ่งเป็นทีมพัฒนา Skull and Bones จำนวน 70 คน พร้อมทั้งปิดสตูดิโอ RedLynx ในฟินแลนด์ ส่งผลให้มีพนักงานตกงานได้…

Ubisoft เดินหน้าปรับโครงสร้างและลดต้นทุนต่อเนื่อง ด้วยการปลดพนักงานที่ Ubisoft Singapore ซึ่งเป็นทีมพัฒนา Skull and Bones จำนวน 70 คน พร้อมทั้งปิดสตูดิโอ RedLynx ในฟินแลนด์ ส่งผลให้มีพนักงานตกงานได้สูงสุดราว 52 คนตามรายงานของ GamesIndustry.biz
กรณีของ Ubisoft Singapore ถูกมองว่าสะท้อนแรงกดดันจากโปรเจกต์ Skull and Bones ที่ใช้เวลาพัฒนายาวนานและเผชิญปัญหามาตลอดหลายปี เกมดังกล่าวเลื่อนเปิดตัวหลายครั้งก่อนจะวางจำหน่ายในต้นปี 2024 ด้วยราคาที่สูงถึง 70 ดอลลาร์ และถูกผู้บริหาร Ubisoft นิยามว่าเป็นเกมระดับ “quadruple-A” ขณะที่คอนเทนต์ซีซันต่อเนื่องอย่าง Year 3 Season 2: Crimson Waters เพิ่งเปิดให้เล่นในเดือนสิงหาคม
แม้ Ubisoft จะยืนยันว่า Ubisoft Singapore ยังเป็นส่วนสำคัญของเครือข่ายการผลิตระดับโลกของบริษัท แต่การลดคนครั้งนี้คิดเป็นราวหนึ่งในห้าของพนักงานทั้งหมดในสิงคโปร์ จึงสะท้อนว่าทีมงานได้รับผลกระทบไม่น้อย และอาจหมายถึงการปรับบทบาทหรือขนาดของสตูดิโอในระยะต่อไป
ด้าน RedLynx สตูดิโอที่ Ubisoft เข้าซื้อในปี 2011 เคยเป็นชื่อดังจากซีรีส์ Trials โดยเฉพาะ Trials HD และ Trials Evolution ที่ได้รับความนิยมสูงในยุค Xbox Live Arcade แต่หลังจาก Trials Rising ออกในปี 2019 บทบาทของ RedLynx ค่อย ๆ ลดลงและถูกใช้ในฐานะสตูดิโอสนับสนุนของ Ubisoft มากกว่าจะเป็นทีมพัฒนาเกมหลัก
การปิด RedLynx จึงถูกมองว่าเป็นจุดสิ้นสุดของสตูดิโอที่เคยมีเอกลักษณ์ชัดเจนและมีอิทธิพลในวงการเกมคอนโซลยุคหนึ่ง โดย Ubisoft ยังคงอยู่ในช่วงปรับองค์กรครั้งใหญ่เพื่อให้กระชับขึ้น มุ่งไปที่เกมจำนวนน้อยลง และลดภาระต้นทุนจากสตูดิโอและโครงการที่ไม่อยู่ในแผนหลักของบริษัท
เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสการปรับโครงสร้างที่กว้างกว่านั้นของ Ubisoft ซึ่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้ปิดสตูดิโอ ยกเลิกเกม และลดจำนวนพนักงานในหลายพื้นที่ต่อเนื่อง สะท้อนว่าบริษัทกำลังพยายามหาสมดุลใหม่ระหว่างการควบคุมต้นทุนกับการรักษาความสามารถในการพัฒนาเกมแฟรนไชส์สำคัญในอนาคต


