สหรัฐฯ ยืนยันครั้งแรกว่าได้ติดตั้งอาวุธอวกาศในวงโคจรโลก
สหรัฐอเมริกายืนยันเป็นครั้งแรกว่าได้ส่ง “อาวุธควบคุมอวกาศ” ขึ้นไปประจำการในวงโคจรโลก โดยคำยืนยันมาจากทรอย มีนค์ รัฐมนตรีกองทัพอากาศสหรัฐฯ ที่กล่าวบนเวที Air, Space and Cyber Conference ว่าอาวุธดัง…

สหรัฐอเมริกายืนยันเป็นครั้งแรกว่าได้ส่ง “อาวุธควบคุมอวกาศ” ขึ้นไปประจำการในวงโคจรโลก โดยคำยืนยันมาจากทรอย มีนค์ รัฐมนตรีกองทัพอากาศสหรัฐฯ ที่กล่าวบนเวที Air, Space and Cyber Conference ว่าอาวุธดังกล่าวมีไว้เพื่อป้องกันกองกำลังสหรัฐฯ จากการคุกคามของฝ่ายตรงข้ามในอวกาศและสามารถใช้ได้ทั้งเชิงรับและเชิงรุกตามคำสั่งของหน่วยบัญชาการที่เกี่ยวข้อง
แม้จะเป็นการยืนยันอย่างเป็นทางการครั้งแรก แต่มีนค์ไม่ได้เปิดเผยว่าอาวุธนี้เป็นระบบแบบใด มีขีดความสามารถอะไร ถูกส่งขึ้นสู่วงโคจรเมื่อใด หรือเคยถูกใช้งานจริงแล้วหรือไม่ ทำให้ยังมีพื้นที่สำหรับการคาดเดาอย่างกว้างขวางในหมู่นักวิเคราะห์และสื่อ บางความเห็นมองว่าอาจเป็นอาวุธจลน์ที่สามารถพุ่งชนและทำลายเป้าหมาย เช่น ดาวเทียม ขณะที่อีกส่วนเชื่อว่าน่าจะเป็นระบบก่อกวนสัญญาณหรืออาวุธพลังงานทิศทาง ซึ่งอาจลดความเสี่ยงจากเศษซากอวกาศ
ประเด็นนี้เชื่อมโยงกับทิศทางนโยบายด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ ที่ให้ความสำคัญกับอำนาจเหนือในอวกาศมานาน โดยก่อนหน้านี้รัฐบาลทรัมป์เคยผลักดันแนวคิดการป้องกันระดับชาติที่รวมมิติอวกาศไว้ด้วย และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการตั้งกองกำลัง Space Force ในปี 2019 เพื่อพัฒนาขีดความสามารถด้านอวกาศโดยเฉพาะ
โฆษกของ U.S. Space Force อธิบายแนวคิด “space control” ว่าครอบคลุมเครื่องมือหลายรูปแบบ ตั้งแต่การรบกวน ลดทอน ไปจนถึงทำลายความสามารถของฝ่ายตรงข้าม หากจำเป็น ซึ่งสะท้อนว่าสหรัฐฯ มองอวกาศเป็นสมรภูมิสำคัญไม่ต่างจากอากาศหรือทะเล และพร้อมใช้เครื่องมือทั้งด้านป้องกันและโจมตีเพื่อรักษาเสรีภาพในการปฏิบัติการทางทหาร
บทความยังชี้ให้เห็นความเป็นไปได้ว่า สงครามในอนาคตอาจเริ่มต้นจากการโจมตีดาวเทียม เพราะหากโครงข่ายสื่อสารหรือการนำร่องในอวกาศถูกทำลาย ก็อาจกระทบทั้งการสั่งการทางทหารและโครงสร้างพื้นฐานบนโลก นอกจากนี้ อาวุธในอวกาศยังอาจถูกออกแบบให้สกัดกั้นขีปนาวุธระยะไกลที่เข้าสู่วงโคจรได้ด้วย
อย่างไรก็ตาม กฎหมายระหว่างประเทศอย่างสนธิสัญญาอวกาศปี 1967 ห้ามเฉพาะอาวุธทำลายล้างสูงในวงโคจร แต่ไม่ได้ห้ามอาวุธแบบทั่วไปหรือการใช้อาวุธจากพื้นโลกโจมตีทรัพย์สินในอวกาศ ทำให้การแข่งขันด้านยุทโธปกรณ์อวกาศยังมีช่องว่างทางกฎหมายให้หลายประเทศเดินหน้าพัฒนาได้ต่อไป
ในภาพรวม การยืนยันครั้งนี้สะท้อนว่าการแข่งขันด้านความมั่นคงในอวกาศกำลังก้าวจากระดับแนวคิดและการทดลอง ไปสู่การประจำการจริงแล้ว แม้รายละเอียดจะยังถูกปิดเป็นความลับ แต่สัญญาณที่ออกมาชัดเจนคือสหรัฐฯ ต้องการรักษาความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ในอวกาศให้มากที่สุด ท่ามกลางความกังวลว่าอวกาศอาจกลายเป็นสมรภูมิสำคัญของความขัดแย้งยุคใหม่


