RoboStore พลิกเกม หลังสหรัฐสั่งแบนหุ่นยนต์จีน หันมาผลิตเองในนิวยอร์ก
RoboStore ผู้จัดจำหน่ายในสหรัฐฯ ที่เคยเป็นช่องทางหลักในการขายหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์และหุ่นยนต์สี่ขาจาก Unitree Robotics ของจีน กำลังเปลี่ยนทิศทางธุรกิจครั้งใหญ่ ด้วยการเตรียมผลิตหุ่นยนต์ของตัวเองที่…

RoboStore ผู้จัดจำหน่ายในสหรัฐฯ ที่เคยเป็นช่องทางหลักในการขายหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์และหุ่นยนต์สี่ขาจาก Unitree Robotics ของจีน กำลังเปลี่ยนทิศทางธุรกิจครั้งใหญ่ ด้วยการเตรียมผลิตหุ่นยนต์ของตัวเองที่โรงงานบนลองไอแลนด์ รัฐนิวยอร์ก การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันจากรัฐบาลสหรัฐฯ ที่เข้มงวดขึ้นต่ออุปกรณ์หุ่นยนต์ที่ผลิตจากต่างประเทศ โดยเฉพาะสินค้าจากจีน
ก่อนหน้านี้ RoboStore มีบทบาทสำคัญในตลาดอเมริกาเหนือในฐานะตัวแทนจำหน่ายหลักของ Unitree ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตหุ่นยนต์จีนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในกลุ่มหุ่นยนต์ราคาจับต้องได้ ทั้งรุ่นฮิวแมนนอยด์และรุ่นสี่ขา ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ถูกใช้ทั้งในแวดวงวิจัยและพัฒนา และในภาคเอกชน โดยมีลูกค้ารายสำคัญตั้งแต่สถาบันการศึกษาชั้นนำอย่าง Harvard และ MIT ไปจนถึงบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Amazon และ Nvidia
Teddy Haggerty ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ RoboStore ระบุว่าบริษัทได้จำหน่ายหุ่นยนต์ไปแล้วมากกว่า 1,500 ตัว และนำไปใช้งานกับลูกค้าหลากหลายราย รวมถึง Cisco, OpenAI, Nvidia และมหาวิทยาลัยมากกว่า 150 แห่ง ตัวเลขนี้สะท้อนว่าหุ่นยนต์จาก Unitree มีบทบาทจริงในระบบนิเวศการวิจัย AI และหุ่นยนต์ของสหรัฐฯ ไม่ใช่เพียงสินค้าเชิงทดลองเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม เมื่อสหรัฐฯ เริ่มเข้มงวดต่อการนำเข้าและใช้งานหุ่นยนต์ที่ผลิตในจีน โมเดลธุรกิจที่พึ่งพาการเป็นตัวแทนจำหน่ายจึงเผชิญความเสี่ยงมากขึ้น RoboStore จึงเลือกปรับตัวโดยย้ายจากการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศไปสู่การพัฒนาหุ่นยนต์ภายใต้การผลิตในประเทศ ซึ่งน่าจะช่วยลดความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและสร้างภาพลักษณ์ที่สอดคล้องกับกระแสความมั่นคงทางเทคโนโลยีของสหรัฐฯ
กรณีนี้สะท้อนแนวโน้มที่ใหญ่กว่าตัวบริษัทเอง นั่นคือการแข่งขันด้านหุ่นยนต์และฮาร์ดแวร์ AI ระหว่างสหรัฐฯ กับจีนกำลังรุนแรงขึ้น และผู้เล่นในสหรัฐฯ อาจต้องเร่งสร้างซัพพลายเชนและการผลิตของตัวเองมากขึ้นเพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากจีน ในระยะต่อไป การเปลี่ยนผ่านของ RoboStore อาจกลายเป็นตัวอย่างสำคัญของการปรับตัวในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ที่ถูกกำหนดทิศทางโดยทั้งนวัตกรรมและนโยบายรัฐไปพร้อมกัน


