สหรัฐใช้โดรนเรือบรรทุกระเบิดโจมตีจริงครั้งแรก
กองทัพสหรัฐฯ ใช้โดรนผิวน้ำแบบติดระเบิดหรือ “one-way attack surface drones” ในภารกิจโจมตีจริงเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โดยปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นกับเป้าหมายของอิหร่านที่ฐานทัพเรือบันดาร์อับบาส…

กองทัพสหรัฐฯ ใช้โดรนผิวน้ำแบบติดระเบิดหรือ “one-way attack surface drones” ในภารกิจโจมตีจริงเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โดยปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นกับเป้าหมายของอิหร่านที่ฐานทัพเรือบันดาร์อับบาส เมื่อคืนวันที่ 12 กรกฎาคม ทั้งการโจมตีเรือดำน้ำขนาดเล็กและโรงซ่อมบำรุงทางเรือ ซึ่งกองทัพสหรัฐฯ ระบุว่าเป็นการนำเทคโนโลยีลักษณะนี้เข้าสู่การรบจริงอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก
ภาพวิดีโอที่กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (US Central Command) เผยแพร่แสดงให้เห็นโดรนเรือ 3 ลำเคลื่อนเข้าใกล้เป้าหมายก่อนระเบิด เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ อธิบายว่าการโจมตีนี้เป็นครั้งแรกที่กองกำลังอเมริกันใช้โดรนทางทะเลในภารกิจการรบ ขณะที่สื่อด้านกองทัพเรืออย่าง USNI News ระบุว่าโดรนสามารถเข้าถึงเป้าหมายได้ด้วยการเคลื่อนที่ช้า ๆ โดยแทบไม่มีการต่อต้าน
หนึ่งในเป้าหมายที่ถูกระบุคือเรือดำน้ำขนาดเล็กชั้น Ghadir ของอิหร่าน ซึ่งอยู่ในสภาพถูกยกค้างจากน้ำด้วยเครนในพื้นที่อู่เรือ ลักษณะเป้าหมายดังกล่าวอาจสะท้อนว่าปฏิบัติการมุ่งโจมตีทรัพย์สินทางทหารที่อยู่นิ่งและมีความเปราะบาง มากกว่าจะเป็นการปะทะทางเรือแบบดั้งเดิมกลางทะเล
เหตุการณ์นี้มีนัยสำคัญในเชิงยุทธศาสตร์ เพราะสหรัฐฯ เดินตามแนวทางอาวุธโดรนทางทะเลที่อิหร่านและกลุ่มฮูตีเคยใช้และพัฒนามาเป็นเวลาหลายปี ก่อนหน้านี้ฝ่ายตรงข้ามของสหรัฐฯ เป็นผู้แสดงให้เห็นศักยภาพของโดรนกามิกาเซ่ทางทะเลมาก่อน ทำให้การที่วอชิงตันนำอาวุธชนิดเดียวกันมาใช้จริงยิ่งสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของสนามรบสมัยใหม่
ในภาพรวม ปฏิบัติการครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่ากองทัพสหรัฐฯ กำลังขยายบทบาทของระบบไร้คนขับจากอากาศและภาคพื้นดินมาสู่ทะเลมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการลงทุนในเทคโนโลยีอัตโนมัติและอาวุธต้นทุนต่ำที่สามารถใช้โจมตีเป้าหมายได้อย่างแม่นยำโดยลดความเสี่ยงต่อกำลังพลของฝ่ายตนเอง


