งานวิจัยชี้ ระยะเวลารอผ่าตัดมะเร็งในสหรัฐฯ ยาวขึ้นต่อเนื่อง
งานวิจัยฉบับใหม่ที่ตีพิมพ์ในวารสาร JAMA Surgery ชี้ว่า แม้การรักษามะเร็งในสหรัฐฯ จะมีความก้าวหน้ามากขึ้นและผลลัพธ์โดยรวมดีขึ้น แต่ “ระยะเวลารอผ่าตัด” กลับแย่ลงอย่างต่อเนื่องในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา โดย…

งานวิจัยฉบับใหม่ที่ตีพิมพ์ในวารสาร JAMA Surgery ชี้ว่า แม้การรักษามะเร็งในสหรัฐฯ จะมีความก้าวหน้ามากขึ้นและผลลัพธ์โดยรวมดีขึ้น แต่ “ระยะเวลารอผ่าตัด” กลับแย่ลงอย่างต่อเนื่องในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา โดยผู้ป่วยมะเร็งหลายชนิดต้องรอการผ่าตัดนานกว่าช่วงปี 2012 อย่างชัดเจน
การศึกษานี้ครอบคลุมผู้ป่วยมากกว่า 2.7 ล้านคนที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งระยะ I–III ซึ่งยังไม่แพร่กระจาย และต้องรักษาด้วยการผ่าตัด นักวิจัยแบ่งข้อมูลออกเป็น 4 ช่วงเวลา ได้แก่ 2012–2015, 2016–2019, 2020–2021 และ 2022–2023 เพื่อเปรียบเทียบว่าการรอคอยก่อนเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนไปอย่างไรเมื่อเวลาผ่านไป
ผลลัพธ์ระบุว่าผู้ป่วยในมะเร็ง 6 ชนิด ได้แก่ เต้านม ลำไส้ใหญ่ ปอด ตับอ่อน กระเพาะอาหาร และหลอดอาหาร มีแนวโน้มเผชิญระยะเวลารอผ่าตัดที่ยาวขึ้นกว่าจุดตั้งต้นในปี 2012 ประเด็นนี้สะท้อนปัญหาในระบบบริการที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การตรวจวินิจฉัยหรือการเข้าถึงการรักษาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงขั้นตอนสำคัญหลังการวินิจฉัยที่ส่งผลโดยตรงต่อความรวดเร็วของการรักษา
บทความชี้ว่าความรวดเร็วในการเข้ารับการผ่าตัดถือเป็นตัวชี้วัดคุณภาพที่สำคัญของระบบสุขภาพ เพราะความล่าช้าอาจเชื่อมโยงกับผลการรักษาที่แย่ลง รวมถึงอัตรารอดชีวิตที่ลดลง และยังเพิ่มความเครียด ความกังวล และความทุกข์ใจให้กับผู้ป่วยในช่วงที่เปราะบางที่สุดของการรักษา
โดยสรุป งานวิจัยนี้สะท้อนความตึงตัวของระบบการผ่าตัดมะเร็งในสหรัฐฯ แม้เทคโนโลยีและการรักษาจะดีขึ้น แต่คอขวดด้านการจัดคิวและการเข้าถึงทรัพยากรยังเป็นปัญหาใหญ่ ซึ่งอาจจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขทั้งในระดับโรงพยาบาลและเชิงนโยบายเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาทันเวลา


