โปรโตไทป์เกมพอร์ทัลที่ถูกยกเลิกของ Valve โผล่ออนไลน์หลังหายไปเกือบ 20 ปี
โปรโตไทป์เกมที่แฟนๆ Valve ตามหากันมานานอย่าง F-Stop ซึ่งเคยถูกมองว่าแทบจะเป็นตำนาน ได้ถูกนำกลับมารวมเป็นเกมที่เล่นได้จากข้อมูลที่กระจัดกระจายอยู่ในหลายแหล่งรั่วไหล โดยล่าสุดมีทั้งไฟล์ต้นแบบ เนื้อหา…

โปรโตไทป์เกมที่แฟนๆ Valve ตามหากันมานานอย่าง F-Stop ซึ่งเคยถูกมองว่าแทบจะเป็นตำนาน ได้ถูกนำกลับมารวมเป็นเกมที่เล่นได้จากข้อมูลที่กระจัดกระจายอยู่ในหลายแหล่งรั่วไหล โดยล่าสุดมีทั้งไฟล์ต้นแบบ เนื้อหาศิลป์ และข้อมูลโครงสร้างฉากที่ช่วยให้สามารถประกอบเกมขึ้นมาใหม่ได้ แม้การเข้าถึงตัวบิลด์โดยตรงยังไม่เสถียรนัก แต่ก็เริ่มมีคลิปเล่นจบและการสาธิตเผยแพร่ออกมาแล้วทางออนไลน์
F-Stop มีจุดกำเนิดย้อนไปถึงช่วงหลังความสำเร็จของ The Orange Box ในปี 2007 เมื่อ Gabe Newell ให้ทีม Valve หยุดงานหลักชั่วคราวเพื่อทำโปรเจ็กต์ทดลองลักษณะเกมแจมภายใน ซึ่งสร้างต้นแบบหลายเกม หนึ่งในนั้นคือ F-Stop ที่ถูกออกแบบให้เป็นงานในจักรวาล Aperture Science ก่อนยุคของ Portal แบบเต็มตัว โดยใช้ภาพสไตล์เซลเชดคล้าย Team Fortress 2 ผสมกับบรรยากาศออฟฟิศยุคกลางศตวรรษที่ดูคาแรกเตอร์จัด
หัวใจของเกมคือกล้องที่สามารถถ่ายวัตถุในโลกเกมแล้วนำไปวางยังตำแหน่งอื่นเพื่อแก้ปริศนา แนวคิดนี้ทำให้หลายคนมองว่า F-Stop เป็นต้นแบบทางความคิดที่ใกล้เคียงกับเกมยุคหลังอย่าง Viewfinder แม้จะไม่เคยได้พัฒนาเป็นโปรดักชันเต็มรูปแบบก็ตาม จากข้อมูลที่เปิดเผย เกมได้รับการทดสอบภายในแต่ผลตอบรับไม่แรงพอ จนสุดท้ายถูกพับเก็บและไม่เข้าสู่การพัฒนาต่อ
อย่างไรก็ตาม องค์ประกอบบางส่วนของโลกและแนวคิดจาก F-Stop ไม่ได้หายไปเสียทีเดียว เพราะถูกนำไปใช้ต่อใน Portal 2 และ Aperture Desk Job ผู้ชมที่ดูเกมเพลย์ที่หลุดออกมาตอนนี้จึงสามารถเห็นร่องรอยของไอเดียยุคแรกๆ ได้ชัดเจน เช่น ตัวละคร Cave Johnson เวอร์ชันต้นแบบ รวมถึงการปรากฏตัวของ Personality Cores ในฐานะเพื่อนร่วมทางระหว่างแก้ปริศนา
สิ่งที่ทำให้โปรเจ็กต์นี้กลับมาเป็นข่าวคือการรวมไฟล์จากการรั่วไหลหลายชุด โดยเฉพาะไฟล์จากเหตุ Steam teraleak ช่วงเดือนสิงหาคม และข้อมูลโค้ดกับแผนที่ที่เพิ่งถูกกู้มาได้โดยชุมชน Valve Cut Content Team Discord ซึ่งต่อมาดูเหมือนจะปิดเป็นพื้นที่ส่วนตัวมากขึ้นเพราะความสนใจที่ถาโถมเข้ามา ทำให้การจะเล่นด้วยตัวเองต้องอาศัยการเข้าถึงที่ค่อนข้างจำกัด
แม้ F-Stop จะเป็นเกมที่ถูกยกเลิกและอาจไม่ใช่สิ่งที่แฟน Valve คิดถึงในแง่ของ “เกมที่ควรออกจริง” แต่การที่มันถูกอนุรักษ์และนำกลับมาให้เห็นภาพได้อีกครั้งถือเป็นเรื่องสำคัญในมุมประวัติศาสตร์ของวงการเกม ต้นแบบนี้สะท้อนกระบวนการทดลองของ Valve ในยุคที่ทีมสร้างสรรค์เต็มไปด้วยไอเดีย และช่วยให้เห็นว่าหลายแนวคิดที่ไม่เคยได้ออกสู่ตลาดจริงยังทิ้งอิทธิพลไว้ในเกมอื่นของสตูดิโออยู่ดี


