งานวิจัยชี้สตาร์ทอัพที่ได้ทุน VC มีแนวโน้มทุจริตมากขึ้น เหตุเพราะแรงกดดันจากนักลงทุน
งานวิจัยใหม่จาก Imperial College ในสหราชอาณาจักรและ Emlyon Business School ในฝรั่งเศส พยายามอธิบายว่าทำไมบางสตาร์ทอัพในซิลิคอนแวลลีย์จึงเกิดพฤติกรรมฉ้อโกง และนักลงทุนมีบทบาทอย่างไรต่อความเสี่ยงดัง…

งานวิจัยใหม่จาก Imperial College ในสหราชอาณาจักรและ Emlyon Business School ในฝรั่งเศส พยายามอธิบายว่าทำไมบางสตาร์ทอัพในซิลิคอนแวลลีย์จึงเกิดพฤติกรรมฉ้อโกง และนักลงทุนมีบทบาทอย่างไรต่อความเสี่ยงดังกล่าว โดยผลการศึกษาชี้ไปในทิศทางว่า สตาร์ทอัพที่ได้รับเงินทุนจาก VC อาจมีโอกาสเกิดทุจริตมากกว่าธุรกิจที่ไม่พึ่งพาเงินทุนแบบนี้ เนื่องจากโครงสร้างแรงจูงใจและแรงกดดันด้านการเติบโตที่รุนแรงกว่า
สาระสำคัญของงานวิจัยคือการมองความสัมพันธ์ระหว่างผู้ก่อตั้งกับผู้ลงทุนในสภาพแวดล้อมที่ให้ความสำคัญกับการขยายตัวอย่างรวดเร็ว การระดมทุนรอบใหม่ และการสร้างมูลค่ากิจการในเวลาสั้น ๆ นักวิจัยเสนอว่า เมื่อบริษัทถูกผลักให้ต้องแสดงตัวเลขเติบโตให้ทันความคาดหวังของตลาด ผู้ก่อตั้งบางรายอาจมีแนวโน้มบิดเบือนข้อมูลหรือสร้างภาพทางธุรกิจเกินจริงมากขึ้นเพื่อรักษาเงินทุนและความเชื่อมั่นจากนักลงทุน
งานชิ้นนี้ไม่ได้สรุปเพียงว่า “VC ทำให้เกิดการโกง” แบบตรงไปตรงมา แต่ชี้ให้เห็นว่าระบบทุนเสี่ยงอาจสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้ความเสี่ยงเชิงจริยธรรมเพิ่มขึ้น หากการตรวจสอบถ่วงดุลไม่เพียงพอ หรือหากนักลงทุนให้รางวัลกับการเติบโตมากกว่าความโปร่งใส ข้อค้นพบจึงสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมสตาร์ทอัพ ไม่ใช่แค่พฤติกรรมของผู้ก่อตั้งรายใดรายหนึ่ง
ในทางปฏิบัติ ผลการศึกษานี้เป็นสัญญาณเตือนทั้งต่อผู้ก่อตั้งและนักลงทุนว่า การเร่งโตโดยขาดกลไกกำกับดูแลอาจนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาดหรือผิดกฎหมายได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันนักลงทุนอาจต้องทบทวนวิธีประเมินความคืบหน้า ตรวจสอบตัวเลข และออกแบบเงื่อนไขการลงทุนให้สมดุลระหว่างการผลักดันการเติบโตกับการลดแรงจูงใจในการปกปิดข้อเท็จจริง
แม้บทความจะอ้างอิงงานวิจัยในบริบทของซิลิคอนแวลลีย์ แต่ประเด็นที่ยกขึ้นมีความหมายกว้างต่อระบบนิเวศสตาร์ทอัพทั่วโลก โดยเฉพาะในตลาดที่เงินทุนช่วงขาขึ้นทำให้การประเมินมูลค่าบริษัทพุ่งสูงและการแข่งขันระดมทุนรุนแรงขึ้น งานวิจัยนี้จึงช่วยอธิบายว่าทำไมการกำกับดูแลกิจการและความโปร่งใสจึงสำคัญพอ ๆ กับนวัตกรรมและการเติบโตในโลกสตาร์ทอัพ


