นักกฎหมายเกมชี้สัญญาเริ่มใส่เงื่อนไขห้ามใช้ AI เป็นมาตรฐานแล้ว
ทนายด้านทรัพย์สินทางปัญญาและผู้เชี่ยวชาญกฎหมายเกม Haley MacLean ระบุว่า ในอุตสาหกรรมวิดีโอเกม ข้อกำหนดห้ามใช้ generative AI ในสัญญาเริ่มกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว โดยเฉพาะในช่วงปีที่ผ่านมา จากเดิมที่พบ…

ทนายด้านทรัพย์สินทางปัญญาและผู้เชี่ยวชาญกฎหมายเกม Haley MacLean ระบุว่า ในอุตสาหกรรมวิดีโอเกม ข้อกำหนดห้ามใช้ generative AI ในสัญญาเริ่มกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว โดยเฉพาะในช่วงปีที่ผ่านมา จากเดิมที่พบเพียงประปราย กลายเป็นเงื่อนไขมาตรฐานที่สตูดิโอและผู้จัดจำหน่ายมักใส่ไว้เพื่อป้องกันความเสี่ยงทางกฎหมายและลดโอกาสเกิดข้อพิพาทในอนาคต
MacLean อธิบายว่าความกังวลไม่ได้จำกัดแค่การสร้างคอนเทนต์หลักอย่างงานศิลป์หรือบทสนทนา แต่ยังรวมถึงการใช้ AI ในกระบวนการสนับสนุนอื่น ๆ เช่น การทำการตลาด พอร์ตเกม หรือการทดสอบคุณภาพ หากสัญญาไม่ระบุชัด ผู้พัฒนามักถูกผลักให้ร้องขอให้เพิ่มเงื่อนไขนี้เข้าไป เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ว่าจ้างหรือพาร์ตเนอร์จะไม่ใช้ AI ในส่วนที่อาจกระทบสิทธิ์ในผลงานหรือทำให้เกิดความรับผิดตามกฎหมาย
เธอชี้ว่าแรงกดดันด้านกฎหมายสอดคล้องกับแรงกดดันจากฝั่งตลาดและชุมชนผู้เล่น เพราะการเปิดเผยว่าเกมใช้ AI อาจส่งผลเชิงลบต่อการตอบรับของผู้เล่น และทำให้คะแนนรีวิวหรือจำนวนรีวิวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ หลายทีมงานจึงพยายามหลีกเลี่ยงการนำ AI มาใช้ แม้ในกรณีที่เทคโนโลยีจะช่วยลดต้นทุนหรือเร่งการผลิตได้ก็ตาม
อีกประเด็นสำคัญคือปัญหาเรื่องความเป็นเจ้าของผลงานที่สร้างด้วย AI MacLean มองว่าหากชิ้นงานถูกสร้างโดยระบบโดยไม่ได้ผ่านการปรับแก้เชิงสร้างสรรค์จากมนุษย์อย่างเพียงพอ ก็อาจมีปัญหาในการอ้างสิทธิ์ว่าเป็นผลงานของผู้ใช้หรือของบริษัทได้ เธอยกตัวอย่างงานสร้างสรรค์ที่สร้างจาก AI อย่างฉากหรือวัตถุในเกมว่า หากไม่ได้แปลงสภาพอย่างมีนัยสำคัญ ก็อาจถูกมองว่าไม่ใช่ทรัพย์สินที่บริษัทมีสิทธิ์ถือครองเต็มที่
MacLean คาดว่าเมื่อกฎหมายและคำพิพากษาเริ่มตามทันมากขึ้น จะมีคดีความเกี่ยวกับการใช้ AI ในเกมตามมาอีกมาก เพราะบริษัทต่าง ๆ ต้องการประโยชน์จาก AI ทั้งด้านความเร็วและต้นทุน แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องการความคุ้มครองทางกฎหมายในระดับเดียวกับผลงานที่มนุษย์สร้างขึ้น ความขัดแย้งนี้ทำให้วงการเกมอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านที่เทคโนโลยีเดินหน้าเร็ว แต่กรอบกฎหมายและแนวปฏิบัติยังไม่ลงตัว


