Volkswagen เปิดตัว ID. Tiguan แทน ID.4 ใช้แพลตฟอร์ม EV ใหม่ MEB+
Volkswagen เดินหน้าปรับไลน์รถไฟฟ้าครั้งสำคัญด้วยการยุติชื่อ ID.4 ในฐานะรุ่นหลักของรถครอสโอเวอร์ไฟฟ้าขนาดกลาง และเปิดตัวผู้สืบทอดในชื่อ ID. Tiguan แทน การเปลี่ยนชื่อครั้งนี้สะท้อนยุทธศาสตร์ของบริษัทที่…

Volkswagen เดินหน้าปรับไลน์รถไฟฟ้าครั้งสำคัญด้วยการยุติชื่อ ID.4 ในฐานะรุ่นหลักของรถครอสโอเวอร์ไฟฟ้าขนาดกลาง และเปิดตัวผู้สืบทอดในชื่อ ID. Tiguan แทน การเปลี่ยนชื่อครั้งนี้สะท้อนยุทธศาสตร์ของบริษัทที่ต้องการเชื่อมภาพลักษณ์รถ EV เข้ากับชื่อรุ่นขายดีอย่าง Tiguan ซึ่งเป็นหนึ่งในโมเดลที่ประสบความสำเร็จที่สุดของ VW ทั่วโลก
ID.4 เปิดตัวครั้งแรกในปี 2021 ในฐานะหนึ่งในรถไฟฟ้ารุ่นสำคัญช่วงที่ Volkswagen เร่งเปลี่ยนผ่านจากยุคดีเซล หลังวิกฤต dieselgate ต่อมาบริษัทได้เริ่มผลิตในโรงงาน Chattanooga, Tennessee และมีการปรับโฉมพร้อมอัปเกรดระบบขับเคลื่อนด้านหลังในภายหลัง แต่บทบาทของโรงงานดังกล่าวก็เปลี่ยนไปในช่วงต้นปีนี้ ขณะที่ยอดขายทั่วโลกของ ID.4 และ ID.5 รวมกันแตะเกือบ 1 ล้านคัน ทำให้ VW มองว่าถึงเวลาของการเปลี่ยนผ่านสู่รุ่นใหม่แล้ว
หัวใจของ ID. Tiguan คือแพลตฟอร์มรถไฟฟ้าระดับแมสที่ปรับปรุงใหม่ในชื่อ MEB+ ซึ่งเป็นพัฒนาการต่อยอดจากสถาปัตยกรรม EV เดิมของบริษัท แนวทางนี้สะท้อนกลยุทธ์ของ VW ที่ยังคงใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกันเพื่อสร้างรถหลายรูปแบบและลดต้นทุนการพัฒนา โดยในรุ่นใหม่นี้จะมีตัวเลือกแบตเตอรี่ 2 ขนาด คือ 58 kWh และ 77 kWh
ในด้านขุมพลัง รุ่นแบตเตอรี่ขนาดเล็กจะจับคู่กับมอเตอร์ขับเคลื่อนล้อหลัง 187 แรงม้า ส่วนแบตเตอรี่ 77 kWh จะมีให้เลือกทั้งเวอร์ชันขับหลัง 281 แรงม้า และเวอร์ชันขับเคลื่อนสี่ล้อ 295 แรงม้า ตัวเลขเหล่านี้บ่งชี้ว่า VW ต้องการให้รถรุ่นใหม่นี้ตอบโจทย์ได้ทั้งการใช้งานทั่วไปและลูกค้าที่ต้องการสมรรถนะหรือการยึดเกาะที่ดีกว่า
ด้านระยะทางวิ่ง รถรุ่นนี้ทำได้สูงสุดราว 373 ไมล์ หรือประมาณ 600 กิโลเมตร ตามมาตรฐานทดสอบ WLTP ของยุโรป ซึ่งเป็นตัวเลขที่ช่วยให้ ID. Tiguan ดูแข่งขันได้มากขึ้นในตลาด SUV ไฟฟ้าที่กำลังดุเดือด โดยเฉพาะเมื่อผู้ผลิตหลายรายพยายามยกระดับระยะทางและประสิทธิภาพของรถไฟฟ้ารุ่นหลักของตน
โดยรวมแล้ว การมาของ ID. Tiguan ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนชื่อรุ่น แต่เป็นสัญญาณว่า Volkswagen กำลังยกระดับรถ EV กลุ่มหลักให้ผูกกับแบรนด์ที่ผู้บริโภครู้จักอยู่แล้ว ขณะเดียวกันก็ใช้แพลตฟอร์มใหม่เพื่อเพิ่มทางเลือกด้านแบตเตอรี่ กำลังขับ และระบบขับเคลื่อน ซึ่งน่าจะเป็นกุญแจสำคัญของการแข่งขันในตลาดรถไฟฟ้าครอบครัวในช่วงต่อไป


