ยอดส่งมอบ VR ลด 18% สัญญาณไม่ดีต่อแผนเปิดตัวอุปกรณ์ใหม่ของ Valve
รายงานล่าสุดจาก Counterpoint Research ระบุว่า ยอดส่งมอบแว่น/เฮดเซ็ต VR ทั่วโลกลดลง 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนในไตรมาส 2 ปี 2026 สะท้อนว่าตลาดผู้บริโภคของอุปกรณ์ประเภทนี้กำลังชะลอตัวลงต่อ…

รายงานล่าสุดจาก Counterpoint Research ระบุว่า ยอดส่งมอบแว่น/เฮดเซ็ต VR ทั่วโลกลดลง 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนในไตรมาส 2 ปี 2026 สะท้อนว่าตลาดผู้บริโภคของอุปกรณ์ประเภทนี้กำลังชะลอตัวลงต่อเนื่อง ขณะที่ต้นทุนฮาร์ดแวร์โดยรวมก็ยังถูกกดดันจากภาวะขาดแคลนหน่วยความจำและราคาที่สูงขึ้นในวงกว้าง
บทความชี้ว่า หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ความต้องการ VR ไม่ได้เติบโตหวือหวา คือยังขาดเกมและคอนเทนต์ระดับแม่เหล็กที่ดึงให้คนทั่วไปยอมจ่ายเงินซื้อฮาร์ดแวร์ใหม่ แม้เกมอย่าง Half-Life: Alyx ของ Valve จะยังถูกมองว่าเป็นมาตรฐานสูงสุดของวงการมาหลายปี แต่ก็ยังไม่มีผลงานใหม่ที่สร้างแรงกระตุ้นได้ใกล้เคียงกัน ส่งผลให้ตลาด VR ยังถูกมองว่าเป็นกลุ่มเฉพาะทางมากกว่ากระแสหลัก
อีกแรงกดดันสำคัญคือราคา Meta ได้ปรับขึ้นราคาของ Quest 3 และ Quest 3S หลังต้นทุนหน่วยความจำสูงขึ้น ซึ่งยิ่งทำให้ภาพรวมตลาดอ่อนแรงลงไปอีก เพราะอุปกรณ์ VR เดิมก็ถือว่ามีราคาค่อนข้างสูงอยู่แล้วเมื่อเทียบกับอุปกรณ์เกมมิงทั่วไป
อย่างไรก็ตาม รายงานมองว่าความต้องการจากภาคธุรกิจยังคงเป็นจุดที่ช่วยพยุงตลาดได้บ้าง องค์กรและหน่วยงานรัฐมักอ่อนไหวต่อราคาน้อยกว่าผู้บริโภค และนำ VR ไปใช้ในงานจำลองดิจิทัล การฝึกอบรม และ spatial computing เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ขณะเดียวกันอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ โดยเฉพาะในจีน ยังผลักให้ความต้องการอุปกรณ์ VR สำหรับการเก็บข้อมูลและควบคุมหุ่นยนต์จากระยะไกลมีแนวโน้มเติบโต
ในทางกลับกัน ตลาดอุปกรณ์ AR กลับโตแรงมาก โดยยอดส่งมอบเพิ่มขึ้น 138% เมื่อเทียบกับปีก่อนในไตรมาสเดียวกัน หนุนโดยการเปิดตัวสินค้าใหม่ การขยายตลาดของผู้ผลิต และแคมเปญโปรโมชันในจีน เช่น 6.18 ทำให้ภาพรวมของอุปกรณ์สวมศีรษะแบบ AR ดูสดใสกว่าตลาด VR อย่างชัดเจน
สำหรับ Valve บทความมองว่าภาวะตลาดที่ชะลอตัวและการแข่งขันด้านราคาจะทำให้การกลับมาทำอุปกรณ์ VR รุ่นใหม่อย่าง Steam Frame ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะหากบริษัทต้องตั้งราคาให้สู้กับ Meta Quest 3 และ Quest 3S ที่ปรับราคาไปแล้ว อีกทั้งข้อมูลจากการวิเคราะห์ไฟล์ภายในยังบ่งชี้ว่าเกม Half-Life: Alyx อาจถูกใช้เป็นหนึ่งในหัวหอกเปิดตัว มากกว่าจะมีเกมใหม่ขนาดใหญ่รองรับทันที ซึ่งทำให้ยังไม่ชัดว่า Valve จะมี “ไพ่ลับ” อะไรเพียงพอจะดึงตลาดที่กำลังเย็นลงกลับมาคึกคักได้หรือไม่


