Dawn of War 4 ชูแคมเปญเดี่ยวใหญ่ที่สุดในบรรดาเกม RTS ช่วงเปิดตัว
King Art Games ผู้พัฒนา Warhammer 40,000: Dawn of War 4 ระบุว่าเกมภาคใหม่นี้ให้ความสำคัญกับโหมดเล่นคนเดียวอย่างมาก และอาจมีคอนเทนต์สำหรับผู้เล่นเดี่ยวมากที่สุดในบรรดาเกมแนว RTS ที่ออกวางขายช่วงเปิดตัว…

King Art Games ผู้พัฒนา Warhammer 40,000: Dawn of War 4 ระบุว่าเกมภาคใหม่นี้ให้ความสำคัญกับโหมดเล่นคนเดียวอย่างมาก และอาจมีคอนเทนต์สำหรับผู้เล่นเดี่ยวมากที่สุดในบรรดาเกมแนว RTS ที่ออกวางขายช่วงเปิดตัว โดยตัวเกมจะมาพร้อมแคมเปญเต็มรูปแบบ 4 เส้นเรื่อง แยกตามฝ่ายหลักที่จะมีให้เล่นตั้งแต่วันแรก ได้แก่ Space Marines, Orks, Necrons และ Adeptus Mechanicus
รวมแล้วเกมมีภารกิจแคมเปญมากกว่า 70 มิชชั่นในช่วงเปิดตัว ซึ่งมากกว่าภาคก่อน ๆ อย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับ Dawn of War ภาคแรกที่มีเพียง 11 มิชชั่น ขณะที่ภาค 2 ใช้โครงสร้างแคมเปญแบบไม่เป็นเส้นตรงและมีมิชชั่นให้เล่นซ้ำได้หลายแบบ แต่โดยทั่วไปหนึ่งรอบการเล่นจะอยู่ราว 20-30 มิชชั่น ส่วน Dawn of War 3 มี 17 มิชชั่นเท่านั้น ผู้กำกับฝ่ายสร้างสรรค์ Jan Theysen ย้ำว่าทุกแคมเปญในภาค 4 ใหญ่กว่าทั้งแคมเปญของ Dawn of War 1 ทั้งในแง่จำนวนภารกิจและระยะเวลาเล่น
Theysen อธิบายว่าแต่ละแคมเปญมีโครงเรื่องแบบแตกแขนง ทำให้ผู้เล่นจะไม่ได้เห็นทุกภารกิจในรอบเดียว แต่ละคำสั่งหรือเส้นทางจะพาไปสู่ภารกิจบางส่วนของเนื้อเรื่องรวม ซึ่งช่วยให้การเล่นซ้ำมีความต่างและเปิดโอกาสให้ผู้เล่นสัมผัสมุมมองของแต่ละฝ่ายอย่างชัดเจน เขายกตัวอย่างว่าแคมเปญของ Orks อาจมีราว 18 มิชชั่นหากเล่นครบทั้งหมด และยังมีหลายทางเลือกจนรอบหนึ่งอาจได้เล่นประมาณ 14-15 มิชชั่นเท่านั้น
ตัวเกมยังมีการปูพื้นฐานผ่านบทสอนเล่นช่วงต้น โดยเริ่มจากภารกิจฝึกสองด่านในบทของ Astra Militarum เพื่อสอนระบบพื้นฐาน ก่อนที่แคมเปญของแต่ละฝ่ายจะค่อย ๆ แนะนำกลไกเฉพาะของตัวเอง เช่น เศรษฐกิจ ระบบสร้างฐาน อัปเกรด และ stratagems ของ Orks หรือความพิเศษของ Adeptus Mechanicus รวมถึงภารกิจที่เน้นปลดล็อกหน่วยสำคัญอย่าง Imperial Knight ไปพร้อมกับสอนวิธีใช้งาน
ทีมพัฒนาระบุด้วยว่าพวกเขาเลือกค่อย ๆ เผยระบบทีละส่วน ไม่ยัดทุกอย่างลงไปตั้งแต่ต้น เพราะจะทำให้ผู้เล่นรับข้อมูลมากเกินไป แนวทางนี้สะท้อนว่าผู้สร้างต้องการให้แคมเปญเดี่ยวเป็นจุดขายหลักของเกม ไม่ใช่แค่โหมดประกอบของมัลติเพลเยอร์
นอกจากคอนเทนต์ตอนเปิดตัวแล้ว เกมยังเตรียมปล่อยเนื้อหาเสริมต่อเนื่องหลังวางจำหน่ายในเดือนธันวาคม โดยมีทั้ง Crusade Mode, map pack หลายชุด, mission editor และโหมด Last Stand สำหรับบางตัวละครในช่วงต้นถึงกลางปีหน้า รวมถึงคอนเทนต์แบบเสียเงินอย่าง prologue ของ Blood Ravens และแคมเปญ Aftermath ที่จะเพิ่มฝ่ายใหม่ในช่วงฤดูร้อน ทำให้ Dawn of War 4 ถูกวางตัวเป็นเกม RTS ที่มีแผนต่อยอดยาวหลังเปิดตัวอย่างชัดเจน


