อดีตผู้บริหาร Warner Bros. เสียดายที่ขัดแย้งกับ Zack Snyder เรื่องจักรวาล DC
Zack Snyder ให้สัมภาษณ์กับ Variety ถึงช่วงเวลาที่เขามองว่าเป็นจุดตกต่ำที่สุดช่วงหนึ่งในอาชีพ หลังจากจักรวาล DC เวอร์ชันของเขาถูกสตูดิโอแทรกแซงและท้ายที่สุดก็พังทลายลง โดยเขาเล่าว่าอดีตผู้บริหารคนหนึ่ง…

Zack Snyder ให้สัมภาษณ์กับ Variety ถึงช่วงเวลาที่เขามองว่าเป็นจุดตกต่ำที่สุดช่วงหนึ่งในอาชีพ หลังจากจักรวาล DC เวอร์ชันของเขาถูกสตูดิโอแทรกแซงและท้ายที่สุดก็พังทลายลง โดยเขาเล่าว่าอดีตผู้บริหารคนหนึ่งของ Warner Bros. เคยบอกกับเขาตรง ๆ ว่า “คุณพูดถูกทุกอย่าง” และยอมรับว่าฝ่ายสตูดิโอเคยพยายามต่อสู้กับวิสัยทัศน์ของเขาเกี่ยวกับหนังซูเปอร์ฮีโร่เหล่านี้
Snyder อธิบายว่าในยุคนั้น Warner Bros. พยายามควบคุมทิศทางของแฟรนไชส์อย่างเข้มงวด เพราะเป็นทรัพย์สินขนาดใหญ่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อภาพรวมธุรกิจ ขณะที่ตัวเขาต้องการเล่าเรื่องที่มืดมน สมจริง และกล้าฉีกกฎเดิมของตัวละครสำคัญหลายตัว เช่น การให้ Superman ฆ่า General Zod ใน Man of Steel หรือการทำให้ Batman ใน Batman v Superman ใช้วิธีรุนแรงมากขึ้น แนวทางนี้เริ่มถูกผลักกลับเมื่อเสียงตอบรับจากแฟน ๆ ออกมาในทางลบ และสตูดิโอเริ่มลดทอนหรือปรับเปลี่ยนวิสัยทัศน์ของเขามากขึ้น
ประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ Justice League ฉบับฉายในโรง ซึ่ง Snyder บอกว่าเขาไม่เคยดู และมองว่ามันเป็นเวอร์ชันที่ถูกประกอบขึ้นใหม่จากผลงานของเขาและของ Joss Whedon โดย Whedon ถูกดึงเข้ามาเพื่อทำให้โทนเบาลง ลดความยาวลงเหลือไม่ถึงสองชั่วโมง และตัดองค์ประกอบสำคัญหลายอย่างออกไป รวมถึงบทบาทของ Darkseid ที่เดิมถูกวางเป็นตัวร้ายสำคัญในอนาคตของจักรวาล DC
Snyder ยังสะท้อนมุมมองส่วนตัวต่อช่วงเวลานั้นว่าเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ทั้งในชีวิตและงาน โดยเขาต้องถอนตัวจากงานโพสต์โปรดักชันหลังลูกสาวเสียชีวิต ก่อนที่ภาพยนตร์จะออกฉายและถูกวิจารณ์อย่างหนักจนรายได้ไม่เป็นไปตามคาด เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ความต่อเนื่องของจักรวาล DC ในยุคนั้นสะดุดอย่างรุนแรง และส่งผลกระทบต่อทิศทางของแฟรนไชส์ในระยะยาว รวมถึงการที่นักแสดงบางคนเริ่มทยอยถอนตัว
แม้ต่อมาจะมีกระแสเรียกร้องจากแฟน ๆ จน Snyder ได้ปล่อยเวอร์ชันที่เขาตั้งใจทำจริงออกมาในชื่อ Justice League เวอร์ชันยาว 4 ชั่วโมง แต่เขายอมรับว่าความสัมพันธ์กับแบรนด์ DC ยังเป็นเรื่องส่วนตัวและยังไม่พร้อมกลับไปดูผลงานยุคใหม่ของจักรวาลนี้ เช่น Superman ของ James Gunn หรือ Supergirl ที่ตามมาในภายหลัง อย่างไรก็ดี เขาบอกว่ายังชื่นชม Gunn และเคารพวิสัยทัศน์ของอีกฝ่าย
บทความยังปิดท้ายด้วยการกล่าวถึงผลงานใหม่ของ Snyder อย่าง The Last Photograph ซึ่งเป็นโปรเจกต์ที่เขาทุ่มเทอย่างมาก แม้คำวิจารณ์จาก TIFF จะมองว่าหนังยังขาดน้ำหนักทางอารมณ์และความลุ่มลึกของประเด็น แต่เรื่องนี้สะท้อนว่าสไนเดอร์กำลังเดินออกจากโลกซูเปอร์ฮีโร่และมุ่งไปสู่เส้นทางใหม่ในฐานะผู้กำกับที่ต้องการทำงานตามความสนใจของตัวเองมากขึ้น


