Owlcat มอง Baldur’s Gate 4 เป็นความท้าทายใหญ่ แม้หลายค่ายยังไม่กล้ารับงาน
กระแสความคาดหวังต่อ Baldur’s Gate 4 กลายเป็นแรงกดดันสำคัญสำหรับหลายสตูดิโอ หลังจาก Baldur’s Gate 3 ของ Larian กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของเกม RPG ระดับสูง ทำให้ผู้พัฒนาหลายรายลังเลที่จะรับช่วงต่อ เพราะเกรง…

กระแสความคาดหวังต่อ Baldur’s Gate 4 กลายเป็นแรงกดดันสำคัญสำหรับหลายสตูดิโอ หลังจาก Baldur’s Gate 3 ของ Larian กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของเกม RPG ระดับสูง ทำให้ผู้พัฒนาหลายรายลังเลที่จะรับช่วงต่อ เพราะเกรงว่าจะถูกเปรียบเทียบและถูกมองว่าทำได้ไม่ถึงระดับเดิม บทความนี้สะท้อนว่าโปรเจ็กต์ดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงภาคต่อธรรมดา แต่เป็นงานที่ต้องเผชิญกับทั้งชื่อเสียงของแฟรนไชส์และความสำเร็จที่แทบจะยกระดับความคาดหวังของผู้เล่นไปอีกขั้น
หนึ่งในสตูดิโอที่ถูกพูดถึงบ่อยคือ Owlcat Games ผู้สร้าง Warhammer 40,000: Rogue Trader ซึ่งได้รับคำชมในฐานะเกม cRPG ที่มีเนื้อหาแน่น ตัวละครเด่น และใช้เวลาเล่นยาวนานในระดับที่แฟนเกม RPG ชื่นชอบ แม้ Rogue Trader จะยังไม่แตะความสำเร็จของ Baldur’s Gate 3 แต่ก็ทำให้ Owlcat ถูกมองว่าเป็นค่ายที่มีศักยภาพพอจะจับงานใหญ่แบบนี้ได้ และยังได้รับความสนใจต่อเนื่องจากโปรเจ็กต์ถัดไปอย่าง Warhammer 40,000: Dark Heresy
เมื่อถูกถามตรง ๆ ว่าหาก Hasbro ติดต่อมาจริง Owlcat จะรับทำ Baldur’s Gate 4 หรือไม่ Alexander Mishulin ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ตอบอย่างระมัดระวังว่าเขาไม่ได้ปฏิเสธโดยตรง และมองว่านี่คือ “ความท้าทายที่ยอดเยี่ยม” เขาอธิบายด้วยน้ำเสียงชื่นชมต่อความไว้วางใจจากผู้เล่น พร้อมยอมรับว่าทีมของเขาอาจมีด้าน “ชอบรับงานโหด” อยู่ไม่น้อย
อย่างไรก็ตาม Mishulin ย้ำชัดว่า หากมีใครทำ Baldur’s Gate 4 จริง ก็ไม่ควรพยายามลอกแบบ Baldur’s Gate 3 เพราะผลงานของ Larian เป็นผลจากปรัชญาการออกแบบ เครื่องมือ เทคโนโลยี และประสบการณ์ของทีมที่สั่งสมมานาน เขามองว่าภาคต่อภายใต้สตูดิโออื่นต้องมีเอกลักษณ์ของตัวเอง ไม่ใช่ทำซ้ำสูตรเดิมของ Larian เพราะนั่นแทบเป็นไปไม่ได้และมีโอกาสล้มเหลวสูง
ฝั่ง Hasbro ยังคงยืนยันว่ามีแผนทำ Baldur’s Gate 4 ในอนาคต แต่ในทางปฏิบัติกลับไม่ได้ง่ายอย่างที่พูด เพราะมีนักพัฒนาอีกหลายคนที่ปฏิเสธงานนี้แล้ว เช่น James Ohlen อดีตผู้ออกแบบ Baldur’s Gate 2 ซึ่งบอกกับ Hasbro ว่าเขาคง “ทำไม่ไหว” และไม่คิดว่าจะเอาชนะมาตรฐานที่ BG3 ตั้งไว้ได้ ข้อกังวลหลักคือหากต้องสร้างขึ้นใหม่ทั้งหมด ทั้งเทคโนโลยี ทีมงาน และเวลา โครงการนี้อาจกินเวลาหลายปีและต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมาก
ประเด็นสำคัญของเรื่องนี้คือ Baldur’s Gate 3 ไม่ได้เป็นเพียงเกมดัง แต่เป็นผลงานที่ทำให้การสร้างภาคต่อกลายเป็นโจทย์แทบเป็นไปไม่ได้ในสายตาหลายค่าย ความสำเร็จของ Larian ทั้งในด้านเนื้อหา ระบบการเล่น การสนับสนุนจากคอมมูนิตี้ และอิทธิพลของทีมผู้พัฒนา ทำให้ภาคต่อในอนาคตต้องหาทางเดินใหม่ของตัวเองมากกว่าการพยายามลบภาพจำเดิม บทสรุปจึงไม่ใช่ว่าไม่มีใครอยากทำ BG4 แต่คือใครก็ตามที่รับงานนี้จะต้องพร้อมรับทั้งแรงกดดัน ความคาดหวัง และความเสี่ยงระดับสูงที่สุดงานหนึ่งในวงการเกมยุคนี้


