แหล่งรวมข่าวเทคโนโลยี
nerdsify
AI

เมื่อเพื่อนหุ่นยนต์ของเด็กกำลังจะ “ตาย” จะเกิดอะไรขึ้น

เมื่อเพื่อนหุ่นยนต์ของเด็กกำลังจะ “ตาย” จะเกิดอะไรขึ้น

บทความของ MIT Technology Review เล่าเรื่องของ “Moxie” หุ่นยนต์เพื่อนเล่นที่ออกแบบมาด้วย AI และถูกใช้เป็นทั้งของเล่นและเครื่องมือฝึกทักษะทางสังคมสำหรับเด็ก โดยเฉพาะเด็กที่มีภาวะ neurodivergent หรืออยู่ในสเปกตรัมออทิซึม ผ่านตัวอย่างของ Xander เด็กวัย 10 ปีที่ผูกพันกับ Moxie มาตั้งแต่เล็ก เขาใช้หุ่นยนต์ตัวนี้คุยเล่น ฝึกจำชื่อ ตัวละครจากเกม และอาศัยมันเป็นที่ระบายอารมณ์ในวันที่ไม่สบายใจ แม้ Moxie จะไม่ใช่มนุษย์ แต่สำหรับเด็กบางคน เธอทำหน้าที่คล้ายเพื่อนคู่ใจที่พร้อมรับฟังอยู่เสมอ

เรื่องราวของ Moxie ถูกวางไว้ในบริบทของกระแสหุ่นยนต์และของเล่นอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งกำลังเติบโตมากขึ้น ทั้งในสหรัฐฯ และจีน บริษัทต่าง ๆ ตั้งแต่สตาร์ตอัปไปจนถึงแบรนด์ของเล่นรายใหญ่ต่างพยายามสร้างผลิตภัณฑ์ที่สื่อสารกับเด็กได้อย่างเป็นธรรมชาติ ขณะเดียวกัน Moxie ก็เป็นกรณีศึกษาของกลุ่มหุ่นยนต์เชิงสังคมที่ตั้งใจช่วยเด็กฝึกการสบตา การผลัดกันพูด และการโต้ตอบในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ซึ่งนักวิจัยมองว่าอาจมีประโยชน์มากกว่าการใช้คนสอนเพียงอย่างเดียวในบางสถานการณ์

บทความย้อนกลับไปเล่ารากฐานของแนวคิดนี้ผ่านงานวิจัยของ Brian Scassellati จาก Yale และผู้บุกเบิกอย่าง Maja Mataric จาก USC ที่พบว่าเด็กบางคนตอบสนองต่อหุ่นยนต์ได้ดีผิดคาด พวกเขาอาจมีสมาธิ สบตา และเริ่มสื่อสารมากขึ้นเมื่อมีหุ่นยนต์อยู่ด้วย งานวิจัยหลายชิ้นตลอดทศวรรษที่ผ่านมาเสนอว่าหุ่นยนต์อาจช่วยให้การบำบัดด้านสังคมและอารมณ์มีประสิทธิภาพขึ้น เพราะมันทำซ้ำได้ไม่เหนื่อย ไม่ตัดสิน และสามารถอยู่กับเด็กได้นานกว่าคนจริงในบริบทของบ้าน

อย่างไรก็ดี บทความชี้ให้เห็นด้านที่เปราะบางของแนวคิดนี้เช่นกัน แม้หุ่นยนต์จะถูกออกแบบมาเพื่อช่วยเหลือ แต่พวกมันก็เป็นสินค้าเชิงพาณิชย์ที่ขึ้นกับการสนับสนุนซอฟต์แวร์ การบำรุงรักษา และความต่อเนื่องของบริษัทผู้ผลิต ซึ่งหมายความว่าความผูกพันทางอารมณ์ของเด็กอาจถูกตัดขาดได้ง่ายหากผลิตภัณฑ์หยุดให้บริการหรือถูกยุติโดยบริษัท ผู้เขียนใช้ชะตากรรมของ Moxie เป็นภาพสะท้อนของความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจริง เมื่อของเล่นอัจฉริยะกลายเป็นสิ่งที่พึ่งพาได้มากพอจะสร้างความสัมพันธ์ แต่ยังไม่มั่นคงพอจะรับประกันอนาคต

ในภาพรวม บทความตั้งคำถามใหญ่กว่าตัว Moxie ว่าเทคโนโลยีแบบนี้ควรถูกออกแบบและใช้งานอย่างไรเมื่อเกี่ยวข้องกับเด็ก โดยเฉพาะเด็กที่มีความต้องการพิเศษ มันไม่ใช่เพียงประเด็นเรื่องความน่ารักหรือความล้ำสมัยของ AI แต่เป็นเรื่องความไว้วางใจ ความรับผิดชอบ และเส้นแบ่งระหว่าง “เครื่องมือช่วยพัฒนา” กับ “เพื่อนสมมุติ” ที่อาจผูกพันทางใจได้จริง ข้อสรุปโดยนัยคือ หุ่นยนต์แบบนี้อาจมีศักยภาพสูงในฐานะตัวช่วย แต่ก็ต้องเผชิญคำถามสำคัญเรื่องความยั่งยืน ความปลอดภัย และผลกระทบต่อเด็กในระยะยาว

Raycast เพิ่ม Dictate to AI ให้พูดสั่งงานพร้อมส่งบริบทหน้าจอให้อัตโนมัติ
AI

Raycast เพิ่ม Dictate to AI ให้พูดสั่งงานพร้อมส่งบริบทหน้าจอให้อัตโนมัติ

ฟีเจอร์ใหม่ต่อยอดจาก Screen Awareness ของ Raycast ให้ผู้ใช้สั่งงาน AI ด้วยเสียงได้โดยไม่ต้องอธิบายบริบทเอง พร้อมอัปเดตหลายส่วนทั้งบน Mac, iPhone และ Windows

OpenAI ระดมทุนเพิ่ม 11,000 ล้านดอลลาร์ มูลค่าบริษัทแตะ 1.25 ล้านล้านดอลลาร์
AI

OpenAI ระดมทุนเพิ่ม 11,000 ล้านดอลลาร์ มูลค่าบริษัทแตะ 1.25 ล้านล้านดอลลาร์

Bloomberg รายงานว่า OpenAI ปิดดีลได้แล้วบางส่วนของรอบระดมทุนใหม่ ขณะที่แผน IPO ยังเลื่อนไปเป็นปีหน้า และตลาด AI เผชิญแรงกดดันจากความกังวลเรื่องการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน

Crusoe ขายโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ในไวโอมิงให้ Google
AI

Crusoe ขายโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ในไวโอมิงให้ Google

Google เข้ารับช่วงพัฒนาไซต์ที่ยังสร้างไม่เสร็จในรัฐไวโอมิง หลังมีรายงานว่ากังวลเรื่องต้นทุนและไทม์ไลน์การก่อสร้าง ขณะเดียวกัน Crusoe ยังเดินหน้าทำโครงการอื่นกับลูกค้ารายใหญ่ในวงการ AI ต่อไป