RTX 5090 เริ่มหายจากร้านออนไลน์สหรัฐฯ ราคาพุ่งต่อเนื่องจนเหลือแต่ของรีเซล
การ์ดจอเรือธง Nvidia RTX 5090 กำลังหายไปจากหน้าร้านค้าปลีกออนไลน์รายใหญ่ในสหรัฐฯ อย่างเห็นได้ชัด โดยสิ่งที่เหลืออยู่ส่วนใหญ่กลายเป็นประกาศจากผู้ขายรายย่อยหรือรีเซลเลอร์ที่ตั้งราคาสูงกว่าราคาแนะนำอย่าง…

การ์ดจอเรือธง Nvidia RTX 5090 กำลังหายไปจากหน้าร้านค้าปลีกออนไลน์รายใหญ่ในสหรัฐฯ อย่างเห็นได้ชัด โดยสิ่งที่เหลืออยู่ส่วนใหญ่กลายเป็นประกาศจากผู้ขายรายย่อยหรือรีเซลเลอร์ที่ตั้งราคาสูงกว่าราคาแนะนำอย่างมาก แถมบางรายการแพงกว่าช่วงก่อนหน้าอีกหลายพันดอลลาร์ ทำให้การหา RTX 5090 ในราคา MSRP แทบเป็นไปไม่ได้ในตลาดสหรัฐฯ ขณะนี้
บทความชี้ว่าปัญหานี้ไม่ใช่แค่ราคาสูงชั่วคราว แต่เป็นภาวะที่สินค้าขาดจากสต็อกจริงในหลายร้าน ทั้ง Amazon, Best Buy และ Newegg โดยรุ่นที่เคยพอหาได้ในราคาต่ำสุดกลับถูกอัปป้ายขึ้นไปไกลมาก ตัวอย่างที่ยกมาคือการ์ดรุ่น Gigabyte Windforce ที่เคยมีราคาใกล้เคียงปกติเมื่อไม่กี่วันก่อน แต่ปัจจุบันถูกรีเซลในราคาสูงลิ่วจนเกินระดับที่ผู้บริโภคเกมมิงส่วนใหญ่รับได้
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนแนวโน้มตลาดการ์ดจอประสิทธิภาพสูงที่ยังร้อนแรง แม้ราคาจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องก็ตาม งานวิจัยที่อ้างถึงในบทความระบุว่าตลาดการ์ดจอระดับไฮเอนด์ยังมีการส่งมอบจำนวนมากในไตรมาสล่าสุด และ Nvidia ยังครองส่วนแบ่งตลาดส่วนใหญ่ ซึ่งบ่งชี้ว่าอุปสงค์ในกลุ่มพรีเมียมไม่ได้หายไปตามราคา แต่กลับยิ่งทำให้สินค้าขาดแคลนมากขึ้น
หนึ่งในคำอธิบายสำคัญคือแรงซื้อจากวงการ AI และลูกค้าธุรกิจระดับสูง ผู้เขียนตั้งข้อสังเกตว่าฮาร์ดแวร์ตระกูล Blackwell อาจไม่ได้ถูกผลิตน้อยลงโดยรวม แต่มีการจัดสรรไปยังกลุ่มโปรดักต์เชิงมืออาชีพและงานเซิร์ฟเวอร์มากขึ้น ขณะเดียวกัน บริษัท AI จำนวนมากอาจกำลังซื้อการ์ดระดับสูงไปใช้แทนฮาร์ดแวร์ดาต้าเซ็นเตอร์บางประเภท ทำให้ปริมาณการ์ดสำหรับผู้เล่นเกมลดลง
บทความยังอ้างภาพของพาเลต RTX 5090 ที่เห็นในตลาดเอเชีย ซึ่งช่วยหนุนแนวคิดว่าการ์ดรุ่นนี้อาจถูกกวาดซื้อในปริมาณมากโดยผู้ซื้อรายใหญ่ ไม่ว่าจะเพื่อประกอบเครื่องสำหรับงานคอมพิวต์หรือสต็อกไว้ในระบบเซิร์ฟเวอร์ ผลลัพธ์คือผู้บริโภคทั่วไปต้องเผชิญกับตัวเลือกที่มีน้อยลงและราคาที่พุ่งไกลจากราคาตั้งต้นอย่างต่อเนื่อง
โดยสรุป RTX 5090 กำลังกลายเป็นสินค้าหายากในตลาดค้าปลีกออนไลน์สหรัฐฯ จากแรงกดดันทั้งด้านอุปสงค์ของผู้ใช้งานระดับบนและความต้องการจากธุรกิจ AI ทำให้ราคาพุ่งเกินเอื้อมและสต็อกหน้าร้านลดลงอย่างหนัก สถานการณ์นี้สะท้อนภาพใหญ่ของตลาด GPU ที่ขอบเขตระหว่างฮาร์ดแวร์เกมมิงกับฮาร์ดแวร์สำหรับ AI ยิ่งเลือนราง และผู้บริโภคปลายทางเป็นฝ่ายได้รับผลกระทบมากที่สุด


