Peacock วางเดิมพันครั้งใหญ่กับ YouTube เพื่อดันการเติบโต
บทสัมภาษณ์นี้พูดถึงทิศทางใหม่ของ NBCUniversal Media Group ภายใต้การนำของ Matt Strauss ซึ่งได้รับบทบาทกว้างขึ้นจากเดิมที่ดูแลเฉพาะธุรกิจสตรีมมิง ไปสู่การคุมภาพรวมของสินทรัพย์สื่อหลายส่วน ทั้ง NBC,…

บทสัมภาษณ์นี้พูดถึงทิศทางใหม่ของ NBCUniversal Media Group ภายใต้การนำของ Matt Strauss ซึ่งได้รับบทบาทกว้างขึ้นจากเดิมที่ดูแลเฉพาะธุรกิจสตรีมมิง ไปสู่การคุมภาพรวมของสินทรัพย์สื่อหลายส่วน ทั้ง NBC, Peacock, Bravo, NBC Sports, NBC News และ Telemundo หลังจาก Comcast ปรับโครงสร้างครั้งใหญ่และแยกบางสินทรัพย์ออกไปแล้ว Strauss อธิบายว่าการรวมทีมงานด้านคอนเทนต์ การตลาด ผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี ข้อมูล และโฆษณาเข้าด้วยกัน ทำให้บริษัทตัดสินใจแบบเดียวกันทั้งระบบ และช่วยให้บริการต่าง ๆ ดันผู้ชมไปมาระหว่างแพลตฟอร์มได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
แกนสำคัญของกลยุทธ์คือแนวคิดว่า “คอนเทนต์มาก่อน แพลตฟอร์มตามมา” ซึ่งสวนทางกับภาพจำเดิมที่มองว่าทีวีออกอากาศเป็นธุรกิจเก่า แต่ NBCUniversal กลับมองว่าบรอดแคสต์ยังเป็นจุดแข็ง เพราะสร้างการเข้าถึงมหาศาลและช่วยป้อนผู้ชมให้ Peacock ได้ต่อเนื่อง Strauss ชี้ว่าพฤติกรรมผู้ชมที่กระจัดกระจายมากขึ้นทำให้เครือข่ายออกอากาศกลายเป็น “ซูเปอร์พาวเวอร์” ในการขยายบริการสตรีมมิง และในทางกลับกัน Peacock ก็ช่วยนำผู้ชมใหม่ที่ไม่คุ้นกับ NBC หรือช่องในเครือให้กลับมาสัมผัสคอนเทนต์หลักของบริษัท
เขายกตัวอย่างผลลัพธ์ของการจัดระเบียบใหม่นี้ด้วยหลายอีเวนต์และรายการสำคัญในปีที่ผ่านมา เช่น ช่วงต้นปีที่ NBCU เรียกว่า “Legendary February” ซึ่งรวมทั้ง Super Bowl, โอลิมปิกฤดูหนาว และ NBA All-Star Game รวมผู้ชมได้มหาศาล ภาคฤดูร้อนก็มี Love Island, ฟุตบอลโลกบน Telemundo และ Peacock รวมถึงซีรีส์ดรามาเรื่องใหม่ที่ทำผลงานดี ขณะที่ฤดูกาลฟุตบอลอเมริกันและ NBA ช่วงเปิดฤดูกาลยังตอกย้ำว่าบริษัทมีสินทรัพย์ด้านกีฬาที่แข็งแรงมาก
ประเด็นที่สำคัญที่สุดสำหรับอนาคตของ Peacock คือกีฬาแบบถ่ายทอดสด Strauss มองว่ากีฬาคือสิ่งที่ช่วยพยุงทั้งเคเบิลและบรอดแคสต์มาแล้ว และตอนนี้อาจเป็นปัจจัยชี้ขาดว่าแพลตฟอร์มสตรีมมิงใดจะชนะในระยะยาว แม้ Peacock จะเพิ่งเริ่มทำกำไรได้จริงในปีนี้ และยังห่างไกลจากความใหญ่ระดับ Netflix แต่ NBCUniversal เชื่อว่าความได้เปรียบเรื่องกีฬาและการกระจายคอนเทนต์ไปหลายช่องทางจะช่วยสร้างความต่างได้
บทสนทนายังสะท้อนภาพอุตสาหกรรมสื่อที่กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ หลัง Comcast แยกธุรกิจบางส่วนออกไปเป็น Versant และกำลังจัดโครงสร้าง NBCUniversal ใหม่ให้เป็นบริษัทอิสระมากขึ้น Strauss มองว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ทีมงานมีอิสระและความคล่องตัวมากขึ้นในการทดลองแนวทางใหม่ ๆ แต่ก็ยังต้องรักษาการประสานงานระหว่างแพลตฟอร์มหลักทั้งหมดไว้ให้ได้
ช่วงท้ายของการสัมภาษณ์มีการพูดถึงความสัมพันธ์กับ YouTube ซึ่งเป็นอีกช่องทางสำคัญของ Decoder และสะท้อนว่าฝั่งสื่อดั้งเดิมกำลังต้องพึ่งพาแพลตฟอร์มวิดีโอรายใหญ่เพื่อเพิ่มการเข้าถึงผู้ชม แม้บทความนี้จะเน้นโครงสร้างธุรกิจภายในของ NBCUniversal เป็นหลัก แต่สาระโดยรวมคือ Peacock กำลังเลือกใช้พลังของ NBC, กีฬา และการกระจายคอนเทนต์ข้ามแพลตฟอร์มเป็นเครื่องยนต์หลักในการเติบโต มากกว่าการแข่งตรง ๆ ด้วยสตรีมมิงเพียงอย่างเดียว


