iPhone รุ่นใหม่อาจแพงขึ้นจากวิกฤตราคาหน่วยความจำ
รายงานจาก The Verge ระบุว่า iPhone รุ่นถัดไปที่ Apple เตรียมเปิดตัวในสัปดาห์นี้มีแนวโน้มจะปรับราคาสูงขึ้น ซึ่งจะเป็นสัญญาณชัดเจนว่าต้นทุนหน่วยความจำที่พุ่งแรงเริ่มส่งผลต่อสินค้าผู้บริโภคโดยตรง Apple…

รายงานจาก The Verge ระบุว่า iPhone รุ่นถัดไปที่ Apple เตรียมเปิดตัวในสัปดาห์นี้มีแนวโน้มจะปรับราคาสูงขึ้น ซึ่งจะเป็นสัญญาณชัดเจนว่าต้นทุนหน่วยความจำที่พุ่งแรงเริ่มส่งผลต่อสินค้าผู้บริโภคโดยตรง Apple ในฐานะผู้เล่นรายใหญ่ด้านซัพพลายเชนมักควบคุมต้นทุนได้ดี แต่ครั้งนี้แรงกดดันจากราคาชิปหน่วยความจำที่สูงขึ้นอาจเลี่ยงได้ยาก
ต้นตอของปัญหามาจากภาวะขาดแคลนหน่วยความจำที่ทำให้ราคาชิปอย่าง RAM และ DRAM พลิกจากแนวโน้มลดลงต่อเนื่องหลายสิบปี กลายเป็นช่วงที่ต้นทุนกลับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ กระแสดังกล่าวถูกเรียกในเชิงอุปมาอย่าง “chipflation” หรือ “RAMageddon” เพื่อสื่อว่าความแพงของหน่วยความจำกำลังลามจากภาคเซมิคอนดักเตอร์ไปสู่สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ปลายทาง รวมถึงสมาร์ตโฟนด้วย
บทความชี้ว่าแรงกดดันด้านหน่วยความจำไม่ได้เป็นเพียงปัญหาเชิงชั่วคราว แต่ถูกมองว่าอาจยืดเยื้อ เพราะยังไม่เห็นสัญญาณว่าความตึงตัวของตลาดจะคลี่คลายเร็ว ๆ นี้ ข้อมูลจาก AlphaSense ยังสะท้อนว่าบริษัทต่าง ๆ พูดถึง “memory prices” และ “memory shortage” ในการประชุมผลประกอบการเพิ่มขึ้นอย่างมากในไตรมาสก่อนหน้า แสดงให้เห็นว่าปัญหานี้กลายเป็นหัวข้อสำคัญระดับอุตสาหกรรม
หาก Apple ปรับขึ้นราคา iPhone จริง จะสะท้อนการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญต่ออุตสาหกรรมอุปกรณ์ผู้บริโภค เพราะในอดีตการที่ชิ้นส่วนมีราคาถูกลงช่วยให้สมาร์ตโฟนมีความสามารถสูงขึ้นโดยไม่ทำให้ราคาขายพุ่งตาม แต่เมื่อวัฏจักรราคาหน่วยความจำกลับทิศ ผู้ผลิตอาจต้องเลือกระหว่างรับภาระต้นทุนเอง ลดสเปกบางส่วน หรือส่งต่อราคาไปยังผู้บริโภค
สำหรับตลาดเทคโนโลยี ข่าวนี้มีนัยต่อทั้งผู้ผลิตชิป หน่วยความจำ และแบรนด์อุปกรณ์ปลายทาง เพราะต้นทุนที่สูงขึ้นอาจกดดันมาร์จินและทำให้กลยุทธ์การตั้งราคาสินค้าในปีนี้เปลี่ยนไป ขณะเดียวกันผู้บริโภคก็อาจต้องเตรียมรับราคาสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ที่สูงขึ้นกว่าที่คาด หากภาวะขาดแคลนหน่วยความจำยังไม่คลี่คลาย

