Valve ไม่ปล่อยเกมใหม่คู่ Steam Frame เพราะทุ่มแก้ความเข้ากันได้ของซอฟต์แวร์
Valve เปิดตัว Steam Frame พร้อมอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ชุดใหม่ แต่ไม่ได้มีเกมฟอร์มยักษ์หรือผลงานลับมาช่วยดันยอดขายตามที่แฟน ๆ คาดหวัง บริษัทเลือกใช้ Half-Life: Alyx ซึ่งเคยเปิดตัวมากับ Valve Index ในปี 2019…

Valve เปิดตัว Steam Frame พร้อมอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ชุดใหม่ แต่ไม่ได้มีเกมฟอร์มยักษ์หรือผลงานลับมาช่วยดันยอดขายตามที่แฟน ๆ คาดหวัง บริษัทเลือกใช้ Half-Life: Alyx ซึ่งเคยเปิดตัวมากับ Valve Index ในปี 2019 เป็นตัวชูโรงแทน และเหตุผลหลักที่หยิบยกขึ้นมาคือการโฟกัสไปที่ “ความเข้ากันได้ของซอฟต์แวร์” ให้พร้อมตั้งแต่วันแรกมากกว่า
Steam Frame เป็นเฮดเซ็ต VR แบบสแตนด์อโลนที่ใช้ชิป Qualcomm Snapdragon 8 Gen 3 ซึ่งเป็นชิปสายสมาร์ตโฟนมากกว่าฮาร์ดแวร์พีซีแบบดั้งเดิม ทำให้ Valve ต้องพึ่งกลไกแปลคำสั่งอย่าง Proton และ FEX เพื่อให้เกม Steam จำนวนมาก โดยเฉพาะเกม 2 มิติ สามารถรันบนสถาปัตยกรรม ARM ได้ ความตั้งใจของบริษัทคือทำให้ผู้ใช้มีตัวเลือกเกมจำนวนมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ไม่ว่าจะเล่นตรงบนเครื่องหรือสตรีมจากพีซี
อย่างไรก็ตาม การทำให้เกมจำนวนมาก “ใช้งานได้” ยังไม่เท่ากับทำให้ประสบการณ์ดีพอสำหรับ VR แบบสแตนด์อโลน โดยเฉพาะเมื่อเรื่องความสบายของผู้เล่นและเสถียรภาพมีความสำคัญกว่าการรันเกมปกติ Valve ยอมรับว่าการปรับ Half-Life: Alyx ให้ทำงานแบบเนทีฟบน Steam Frame เป็นงานที่ใช้เวลา แต่กระบวนการนี้กลับกลายเป็นส่วนสำคัญในการเรียนรู้ว่าควรกำหนดมาตรฐานอย่างไรสำหรับเกม VR อื่น ๆ ที่จะตามมา
จากการให้สัมภาษณ์กับทีมงาน Valve แนวทางของบริษัทคือค่อย ๆ ปรับให้เกม VR บน ARM มีประสบการณ์ที่ดีพอ โดยไม่ตั้งเป้าสูงจนเกินจริง ขณะที่เกม 2 มิติอย่าง Hades II ปรับให้ใช้งานได้ค่อนข้างตรงไปตรงมา เกม VR ต้องใช้การจูนประสิทธิภาพและความสบายมากกว่าเดิม จึงเป็นพื้นที่ที่ Valve ยังอยู่ระหว่างพัฒนาและทดลอง
IGN ยังชี้ให้เห็นว่า Valve เองก็เดินหน้าแก้ปัญหาความเข้ากันได้อย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาทดสอบ Steam Frame ตัวอย่างเช่น Beat Saber ซึ่งเดิมถูกระบุว่าไม่รองรับ ได้รับสถานะพร้อมใช้งานมากขึ้นภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ แสดงให้เห็นว่าระบบรองรับเกมของอุปกรณ์ยังพัฒนาอยู่ตลอด และไม่ได้หยุดนิ่งหลังวันเปิดตัว
อีกปัจจัยที่ทำให้การเปิดตัวครั้งนี้ดูไม่หวือหวาคือราคาฮาร์ดแวร์ที่สูง ซึ่งได้รับแรงกดดันจากภาวะขาดแคลน RAM ในตลาด ทำให้การไม่มีเกมเรือธงมาช่วยผลักดันยิ่งลดแรงจูงใจสำหรับผู้บริโภคบางกลุ่ม แม้เช่นนั้น Valve ก็ยังมีจุดแข็งด้านการสตรีมเกมพีซีจากเดสก์ท็อปไปยัง Steam Frame ผ่านดองเกิล 6GHz ที่ให้มาในกล่อง ซึ่งถูกมองว่าเป็นทางออกที่ทำให้ข้อจำกัดของโหมดสแตนด์อโลนเบาบางลงในระยะสั้น
โดยสรุป บทความมองว่า Valve เลือกวางรากฐานด้านระบบนิเวศและความเข้ากันได้ก่อนการมีเกมเปิดตัวแบบขายเครื่อง ซึ่งสะท้อนแนวคิดที่คล้ายกับช่วงเริ่มต้นของ Steam Deck ที่ต้องใช้เวลาให้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ลงตัวก่อน Steam Frame จึงอาจยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องผ่านการปรับจูนต่อเนื่อง และหากผู้ใช้ต้องการประสบการณ์ VR แบบสแตนด์อโลนที่พร้อมใช้งานเต็มที่ในตอนนี้ อุปกรณ์อย่าง Meta Quest 3 อาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกว่าในภาพรวม


