เจมส์ คาเมรอนส่งสัญญาณอาจพัก Avatar ไปทำโปรเจกต์อื่นในช่วงท้ายอาชีพ
เจมส์ คาเมรอนเริ่มส่งสัญญาณชัดเจนขึ้นว่าอาจหันไปให้ความสำคัญกับโปรเจกต์อื่น นอกเหนือจากแฟรนไชส์ Avatar ในช่วงที่เขามองว่าเป็น “บทสุดท้าย” ของอาชีพผู้กำกับ โดยประเด็นนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความไม่แน่นอนของ…

เจมส์ คาเมรอนเริ่มส่งสัญญาณชัดเจนขึ้นว่าอาจหันไปให้ความสำคัญกับโปรเจกต์อื่น นอกเหนือจากแฟรนไชส์ Avatar ในช่วงที่เขามองว่าเป็น “บทสุดท้าย” ของอาชีพผู้กำกับ โดยประเด็นนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความไม่แน่นอนของ Avatar 4 และ Avatar 5 ซึ่งแม้ Disney จะปักหมุดวันฉายไว้ล่วงหน้าแล้ว แต่ยังไม่ได้อนุมัติให้เริ่มถ่ายทำอย่างเป็นทางการ
สาเหตุหนึ่งคือความกังวลเรื่องความคุ้มค่าทางการเงินของภาคต่อในอนาคต หลัง Avatar: Fire and Ash ทำรายได้ราว 1.4 พันล้านดอลลาร์ แม้จะยังถือว่าสูงมากสำหรับหนังทั่วไป แต่ก็ลดลงจากภาคก่อนหน้าอย่าง Avatar: The Way of Water และห่างจากภาคแรกอย่างมาก ขณะเดียวกันต้นทุนการสร้างหนังชุดนี้ก็สูงมาก ทำให้แต่ละภาคต้องทำรายได้ระดับมหาศาลจึงจะคืนทุนได้
คาเมรอนกล่าวว่าเขาเริ่มถามตัวเองว่าในช่วงต่อจากนี้ควรเล่าเรื่องใดเป็นอันดับแรก และจะเลือกกำกับเองกี่เรื่อง เทียบกับการเขียนบทหรืออำนวยการสร้างร่วมกับผู้สร้างคนอื่น เขาย้ำว่าตัวเองอยู่ในช่วง “สำรวจ” ว่าบทต่อไปของชีวิตการทำงานควรเป็นอย่างไร และยังไม่ตัดสินใจแน่ชัดว่าช่วงท้ายนี้จะยาวเพียงหนึ่งปีหรืออาจยืดไปอีกหลายสิบปี
ผลงานที่คาเมรอนเคยพูดถึงมานานคือ Ghosts of Hiroshima ภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องผู้รอดชีวิตจากระเบิดปรมาณูทั้งที่ฮิโรชิมาและนางาซากิ นอกจากนี้ยังมีโครงการที่เคยเอ่ยถึงอย่าง The Devils ของโจ อาเบอร์ครอมบี รวมถึงภาคต่อของ Terminator และ Alita: Battle Angel แต่ยังไม่ชัดเจนว่าเรื่องใดจะถูกหยิบขึ้นมาทำก่อน
ก่อนหน้านี้มีรายงานจากฝั่งโปรดิวเซอร์ว่าโครงบทของ Avatar 4 และ 5 พร้อมแล้ว และทีมงานยังเดินหน้าเต็มสปีด อย่างไรก็ตาม คาเมรอนเองก็เคยบอกในเดือนพฤษภาคมว่าเขากำลังมองหาเทคโนโลยีใหม่เพื่อทำให้ภาคต่อสองเรื่องนี้เสร็จเร็วขึ้นและลดต้นทุนลงมาก แต่แนวทางดังกล่าวยังต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งในการพิจารณา
โดยรวมแล้ว สถานการณ์ตอนนี้สะท้อนว่าอนาคตของ Avatar ยังไม่ปิดตาย แต่ก็ไม่ได้มั่นคงเหมือนเดิม ขณะเดียวกัน คาเมรอนกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างการสานต่อแฟรนไชส์ยักษ์กับการทุ่มเวลาที่เหลือให้เรื่องราวอื่นที่เขาอยากเล่ามานาน ซึ่งอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการทำงานในช่วงปลายอาชีพของผู้กำกับระดับตำนานรายนี้


