Google อธิบายแนวคิดเบื้องหลังอีโมจิ 3 มิติชุดใหม่
Google เปิดเผยรายละเอียดเบื้องหลังการออกแบบอีโมจิ 3 มิติชุด Noto 3D ที่เพิ่งปล่อยออกมา โดยอธิบายว่าบริษัทมองอีโมจิไม่ใช่แค่สัญลักษณ์เล็ก ๆ บนหน้าจอ แต่เป็นภาษาภาพที่ผู้คนใช้สื่อสารกันมหาศาลในชีวิต…

Google เปิดเผยรายละเอียดเบื้องหลังการออกแบบอีโมจิ 3 มิติชุด Noto 3D ที่เพิ่งปล่อยออกมา โดยอธิบายว่าบริษัทมองอีโมจิไม่ใช่แค่สัญลักษณ์เล็ก ๆ บนหน้าจอ แต่เป็นภาษาภาพที่ผู้คนใช้สื่อสารกันมหาศาลในชีวิตประจำวัน จนต้องใส่ใจเรื่องความหมาย อารมณ์ และบริบททางวัฒนธรรมอย่างจริงจัง
บทความของ Google เนื่องในวัน World Emoji Day เล่าย้อนว่าพฤติกรรมการใช้อีโมจิของผู้ใช้เปลี่ยนไปมาก จากการสื่อความหมายแบบเบา ๆ ไปสู่การแสดงอารมณ์ที่เข้มข้นเกินจริงและสะท้อนความล้นหลามของชีวิตออนไลน์ในปัจจุบัน โดยบริษัทยกตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงของอีโมจิหัวเราะทั้งน้ำตา 😂 ที่เคยเป็นสัญลักษณ์ยอดนิยม แต่ความนิยมลดลง ขณะที่อีโมจิร้องไห้แรง ๆ 😭 กลับสะท้อนทั้งความขำ ความพัง และความอึดอัดในเวลาเดียวกันได้ดีกว่า
Google ระบุว่าการพัฒนาอีโมจิ 3 มิติไม่ใช่แค่การยกวัตถุให้ดูสมจริงขึ้น แต่ต้องทำให้สื่อสารได้เร็วและเข้าใจได้ทันที เพราะสมองมนุษย์ประมวลผลอีโมจิได้ไว้กว่าข้อความ บริษัทจึงทำวิจัยผู้ใช้ในวงกว้างเพื่อดูว่าภาพแบบใดอ่านง่ายและสื่ออารมณ์ได้ชัด รวมถึงพบว่าผู้ใช้มักชอบสัตว์แบบเห็นทั้งตัวมากกว่าการตัดเหลือเพียงใบหน้าหรือบางส่วน
ในเชิงงานออกแบบ Google ให้ความสำคัญกับ “บุคลิก” ของอีโมจิพอ ๆ กับความถูกต้องเชิงกายวิภาค โดยมองว่าอีโมจิควรมีชีวิตชีวาและความรู้สึกแบบงานวาด ไม่ใช่แบบโมเดลอุตสาหกรรมที่เคร่งเป๊ะเกินไป ตัวอย่างอย่างจิงโจ้ถูกยกมาอธิบายว่าเป้าหมายไม่ใช่ความสมจริงสมบูรณ์แบบ แต่คือการเก็บเสน่ห์ ความขี้เล่น และอารมณ์ที่ผู้ใช้คาดหวังจากสัญลักษณ์นั้น
อีกประเด็นคือการมองอีโมจิจากหลายมุมมอง Google บอกว่าทีมออกแบบต้องคิดถึงว่ารูปหน้า หรือรูปทรงต่าง ๆ จะดูเป็นทรงแบน ทรงกลม หรือมีมิติอย่างไรเมื่อหมุนดูจากหลายมุม ซึ่งสะท้อนว่าการทำอีโมจิ 3 มิติไม่ได้มีแค่เรื่องความสวยงาม แต่ยังเกี่ยวข้องกับการคงความหมายให้สม่ำเสมอในทุกบริบทการใช้งาน
ท้ายที่สุด Google เปิดทางให้ชุมชนนำไฟล์ต้นฉบับ .OBJ ของอีโมจิชุดนี้ไปดัดแปลงต่อได้ ไม่ว่าจะนำไปใช้ในโลก VR แอปอิสระ หรือสร้างมีมแปลก ๆ ตามจินตนาการของผู้ใช้ บริษัทมองว่างานออกแบบจะมีชีวิตจริงก็ต่อเมื่อคนอื่นนำไปต่อยอด และนั่นทำให้ Noto 3D ไม่ได้เป็นเพียงชุดไอคอนใหม่ แต่เป็นเหมือนแพลตฟอร์มให้ภาษาอีโมจิพัฒนาไปต่อในรูปแบบใหม่ ๆ


