เกมอินดี้ที่ถูกลืมกลายเป็นทางลัดเล่น Undertale ออนไลน์ ดันยอดผู้เล่นพุ่ง 1700%
RetroSpecter ผู้พัฒนาอินดี้สังเกตว่า Crashphalt เกมแพลตฟอร์มเกมแรกของเขาที่วางขายบน Steam ตั้งแต่ปี 2018 ซึ่งแทบไม่มีคนสนใจ กลับมียอดรีวิวและจำนวนผู้เล่นเพิ่มขึ้นผิดปกติอย่างมากในช่วงหลัง ทั้งที่ก่อน…

RetroSpecter ผู้พัฒนาอินดี้สังเกตว่า Crashphalt เกมแพลตฟอร์มเกมแรกของเขาที่วางขายบน Steam ตั้งแต่ปี 2018 ซึ่งแทบไม่มีคนสนใจ กลับมียอดรีวิวและจำนวนผู้เล่นเพิ่มขึ้นผิดปกติอย่างมากในช่วงหลัง ทั้งที่ก่อนหน้านั้นตลอดหลายปียังมีรีวิวเพียงหลักสิบเท่านั้น แต่สิ่งที่ทำให้เกิดกระแสไม่ได้มาจากตัวเกมเอง หากเป็นการที่ชุมชนผู้เล่นนำเกมนี้ไปใช้เป็น “ทางลัด” สำหรับเล่นม็อด Undertale Together แบบออนไลน์
ต้นตอของเรื่องคือม็อดดังกล่าวถูกออกแบบมาให้เล่นร่วมกันแบบ local co-op เป็นหลัก แต่ผู้เล่นบางส่วนค้นพบวิธีหลีกข้อจำกัดด้วยการใช้ไฟล์ติดตั้งของ Crashphalt มาช่วยหลอกระบบของ Steam โดยให้เกมมองว่าเป็น Crashphalt แทน Undertale จากนั้นจึงเปิดใช้ Remote Play เพื่อเล่นร่วมกันทางไกลได้ วิธีนี้แพร่กระจายผ่านวิดีโอ YouTube ที่อัปโหลดเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2022 และช่วงเวลานั้นเองที่ SteamDB แสดงให้เห็นว่าผู้เล่นพร้อมกันสูงสุดของ Crashphalt กระโดดจาก 6 คนเป็น 107 คนในเวลาอันสั้น
RetroSpecter ยังพบว่าปรากฏการณ์ลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นอีกครั้งในเดือนมิถุนายน 2025 เมื่อ Deltarune เปิดขายแบบเต็มบน Steam และมีผู้เล่นกลับมาใช้ Crashphalt เป็นตัวกลางสำหรับเล่นม็อดในรูปแบบเดียวกัน แม้ตัวเขาจะยอมรับว่าไม่แน่ใจว่าทำไมวิดีโอดังกล่าวถึงเลือกใช้ Crashphalt เป็นพิเศษ ทั้งที่เกมฟรีและเปิด Remote Play ได้ก็มีอยู่มากมาย แต่สุดท้ายมันกลับกลายเป็นเกมที่ “โชคดี” ได้รับเลือกให้เป็นตัวช่วยของวิธีนี้
แม้ผู้เล่นจำนวนมากไม่ได้เข้ามาเล่น Crashphalt โดยตรง แต่ RetroSpecter มองว่าเรื่องนี้เป็นการทำให้เกมที่ถูกละเลยมี “ชีวิตที่สอง” ในแบบที่คาดไม่ถึง และยังเป็นผลพลอยได้ที่เชื่อมกับความทรงจำของเขาที่มีต่อ Undertale ซึ่งเคยเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในช่วงที่เริ่มหัดทำเกม เขาจึงมองปรากฏการณ์นี้ในเชิงบวกมากกว่าจะมองว่าเป็นปัญหา
ท้ายที่สุด เขายังฝากข้อความถึง Toby Fox ผู้สร้าง Undertale แบบกึ่งติดตลกว่า ถ้าอีกฝ่ายเห็นข่าวนี้ก็อยากให้ติดต่อกลับมาเผื่อมีโอกาสทำเกมร่วมกัน ถือเป็นตอนจบที่สะท้อนทั้งความคึกคักของชุมชนม็อด และความสัมพันธ์แปลกประหลาดระหว่างเกมอินดี้เล็ก ๆ กับวัฒนธรรมการเล่นของแฟนเกมยุคใหม่


