Epic ยืนยันใช้เครื่องมือ AI เขียนโค้ด Unreal Engine 6, Fortnite และเกมอื่นๆ
Epic Games ออกมายืนยันชัดเจนว่า บริษัทกำลังใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ช่วยพัฒนาโค้ดในโปรเจ็กต์หลักหลายส่วน รวมถึง Unreal Engine 6, Fortnite และงานฝั่งเกม/เอนจินอื่นๆ โดยคำยืนยันดังกล่าวมาจาก Tim…

Epic Games ออกมายืนยันชัดเจนว่า บริษัทกำลังใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ช่วยพัฒนาโค้ดในโปรเจ็กต์หลักหลายส่วน รวมถึง Unreal Engine 6, Fortnite และงานฝั่งเกม/เอนจินอื่นๆ โดยคำยืนยันดังกล่าวมาจาก Tim Sweeney และ Marcus Wassmer ผู้บริหารด้านการพัฒนา ซึ่งอธิบายว่าการใช้ AI ไม่ใช่แค่ทดลองเล็กๆ แต่ถูกเปิดให้ใช้งานในวงกว้างทั้งทีม backend, engine และ game development engineering มาระยะหนึ่งแล้ว
Wassmer ระบุว่าแนวทางของ Epic คือการทำงานแบบ “vibe-coding” หรือให้วิศวกรไม่ต้องเขียนโค้ดจำนวนมากด้วยตัวเอง แต่ทำหน้าที่กำกับเครื่องมือ AI ให้สร้างผลลัพธ์เชิงสถาปัตยกรรมตามที่ต้องการ บริษัทไม่ได้ปล่อยให้ AI เขียนทุกอย่างแบบกดครั้งเดียวจบ แต่ใช้วิธีวนซ้ำ ปรับแก้ และตรวจสอบร่วมกับมนุษย์ เพื่อให้ได้ฟีเจอร์ที่ต้องการและยังคงรักษาข้อจำกัดด้านหน่วยความจำ ประสิทธิภาพ และการสเกลของเอนจินไว้ได้
Epic บอกว่าเครื่องมือที่ใช้อยู่มีหลายตัว โดยมีชื่อที่ถูกพูดถึงคือ Claude Code และ Codex และผลลัพธ์ที่ได้เริ่มเห็นเป็นรูปธรรมในงานวิศวกรรมบางส่วน เช่น ลดบั๊กที่ไม่แน่นอนซึ่งทีมต้องรับมือมานาน ปรับปรุงกระบวนการบีบอัด shader เพื่อลดขนาดแพตช์ และเขียนส่วนสำคัญของเลเยอร์การเรนเดอร์ D3D12 ใหม่ได้เร็วกว่าที่คาดมาก โดยงานที่ประเมินไว้ว่าน่าจะใช้เวลาหลายสัปดาห์กลับเสร็จได้ในราวหนึ่งสัปดาห์ พร้อมประโยชน์ด้าน CPU time และจำนวนบั๊กที่ลดลง
ผู้บริหารของ Epic ยังมองว่า ความเสี่ยงของการชะลอการใช้ AI นั้นมีนัยสำคัญกว่าความกังวลเรื่องการต่อต้าน AI และเชื่อว่าแนวทางนี้เป็นทิศทางปกติของการพัฒนาเกมและซอฟต์แวร์ในอนาคต เขาย้ำว่าบริษัทต้องการพิสูจน์คุณค่าของ AI ผ่านคุณภาพของเกมและเครื่องมือที่ส่งมอบ มากกว่าการถกเถียงเชิงอุดมการณ์
ประเด็นนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสวิจารณ์และความขัดแย้งรอบท่าทีของ Epic ต่อ AI ในช่วงก่อนหน้า ไม่ว่าจะเป็นการจัดกิจกรรมเกมแจมที่เกี่ยวกับ AI ก่อนจะถอยกลับเรื่องข้อบังคับ การให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการใช้ AI ใน Epic Games Launcher ไปจนถึงคำพูดของ Sweeney ที่วิจารณ์นโยบายการเปิดเผยข้อมูล AI ของ Steam ว่าเป็นภาระเชิงการเมืองต่อผู้พัฒนา
โดยภาพรวม บทความนี้สะท้อนว่า Epic เลือกเดินหน้าอย่างเปิดเผยกับการใช้ AI ในการพัฒนาเอนจินและเกมระดับเรือธง แม้จะเสี่ยงต่อแรงตีกลับจากผู้เล่นและนักพัฒนาบางส่วนก็ตาม ขณะเดียวกัน การยอมรับอย่างตรงไปตรงมาของบริษัทก็ทำให้ผู้ใช้และวงการเกมประเมินได้ชัดเจนขึ้นว่าเครื่องมือและเกมที่ออกจาก Epic ในอนาคตจะถูกสร้างขึ้นด้วยกระบวนการที่พึ่งพา AI มากกว่าที่เคย

