จรวดจีนปล่อยเศษซากตกเหนือมินนิโซตา ทิ้งชิ้นส่วนในไร่ข้าวโพดสหรัฐ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อราวหนึ่งเดือนก่อนเกี่ยวข้องกับจรวดจีนที่ขึ้นจากฐานปล่อยในทะเลทรายโกบี แล้วปล่อยดาวเทียม 10 ดวงสู่วงโคจร ก่อนจุดเครื่องยนต์อีกครั้งเพื่อทำการลดวงโคจรและส่งตัวเองกลับลงสู่ชั้น…

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อราวหนึ่งเดือนก่อนเกี่ยวข้องกับจรวดจีนที่ขึ้นจากฐานปล่อยในทะเลทรายโกบี แล้วปล่อยดาวเทียม 10 ดวงสู่วงโคจร ก่อนจุดเครื่องยนต์อีกครั้งเพื่อทำการลดวงโคจรและส่งตัวเองกลับลงสู่ชั้นบรรยากาศเหนือพื้นที่ตอนกลางของสหรัฐฯ แทนที่จะโคจรรอบโลกให้ครบหนึ่งรอบ จรวดลำดังกล่าวบินอยู่ราว 75–80 นาทีเท่านั้นก่อนสลายตัวบางส่วนและเกิดเศษซากตกลงมาในแนวที่พาดผ่านสหรัฐอเมริกาตอนกลางตอนบน
รายงานระบุว่าในช่วงเกิดเหตุ ผู้ใช้โซเชียลมีเดียหลายรายโพสต์ภาพเส้นแสงและเศษไฟที่ร่วงลงจากท้องฟ้า มุ่งไปทางเหนือผ่านแคนซัสเข้าสู่มินนิโซตา โดยปรากฏการณ์ยังมองเห็นได้จากฝั่งตะวันตกของวิสคอนซินด้วย ลักษณะเวลา ตำแหน่ง และทิศทางของเศษซากทำให้นักวิเคราะห์สามารถเชื่อมโยงเหตุการณ์นี้เข้ากับการปล่อยจรวด Zhuque-2E ของบริษัทเอกชนจีน LandSpace ได้อย่างค่อนข้างชัดเจน
จรวด Zhuque-2E ถูกปล่อยจาก Dongfeng ซึ่งเป็นพื้นที่ปล่อยเชิงพาณิชย์ที่ตั้งอยู่ร่วมกับศูนย์ปล่อยดาวเทียมจิ่วเฉวียนที่บริหารโดยกองทัพจีนในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ การปล่อยเกิดขึ้นไม่ถึงสองชั่วโมงก่อนที่เศษซากจะปรากฏเหนือสหรัฐฯ สะท้อนว่าจรวดไม่ได้เข้าสู่วงโคจรเต็มรูปแบบ แต่ถูกสั่งให้ลดระดับกลับลงมาในลักษณะที่ทำให้ชิ้นส่วนบางส่วนตกสู่พื้นโลก
ประเด็นที่น่าสนใจของกรณีนี้คือแม้ภารกิจหลักอย่างการส่งดาวเทียมจะสำเร็จ แต่การควบคุมเส้นทางกลับลงของจรวดและการสลายตัวของชิ้นส่วนยังคงเป็นความเสี่ยงด้านความปลอดภัย โดยเฉพาะเมื่อเส้นทางตกของเศษซากพาดผ่านพื้นที่ที่มีประชากรอาศัยอยู่ เหตุการณ์นี้จึงกลายเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของปัญหาเศษซากอวกาศและการติดตามวัตถุที่กลับเข้าสู่บรรยากาศอย่างใกล้ชิด
สำหรับผู้อ่านสายเทคโนโลยีและอวกาศ เรื่องนี้สะท้อนการแข่งขันของภาคเอกชนจีนในตลาดปล่อยจรวดเชิงพาณิชย์ที่เริ่มมีบทบาทมากขึ้น ขณะเดียวกันก็เตือนว่าการขยายตัวของการส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรยังมาพร้อมคำถามเรื่องความปลอดภัย ความโปร่งใสของข้อมูลภารกิจ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับพื้นที่นอกประเทศผู้ปล่อยด้วย

