A24 แจงดราม่าลบงานแฟนครีเอเตอร์ Backrooms ย้ำไม่ได้อ้างสิทธิ์งานชุมชน
A24 ออกแถลงชี้แจงกรณีมีการส่งคำร้องลบผลงานแฟนๆ และงานสร้างสรรค์ที่เกี่ยวข้องกับ Backrooms บนหลายแพลตฟอร์ม หลังจากกระแสวิจารณ์เริ่มลุกลามและผู้กำกับ Kane Parsons ออกมาระบุว่าจะตรวจสอบเรื่องนี้ให้ชัดเจน…

A24 ออกแถลงชี้แจงกรณีมีการส่งคำร้องลบผลงานแฟนๆ และงานสร้างสรรค์ที่เกี่ยวข้องกับ Backrooms บนหลายแพลตฟอร์ม หลังจากกระแสวิจารณ์เริ่มลุกลามและผู้กำกับ Kane Parsons ออกมาระบุว่าจะตรวจสอบเรื่องนี้ให้ชัดเจน
บริษัทระบุว่า ได้รับแจ้งถึงคำร้องอัตโนมัติที่ถูกส่งในนามของ A24 และภาพยนตร์ Backrooms บน Redbubble และเมื่อทราบเรื่องก็เริ่มดำเนินการยกเลิกคำร้องดังกล่าวทันที พร้อมคืนสิทธิ์ให้กับรายการขายที่ถูกระงับไปแล้ว A24 ยังย้ำอย่างชัดเจนว่าไม่ได้อ้างสิทธิ์ความเป็นเจ้าของต่อ “วอลเปเปอร์สีเหลือง” ซึ่งเป็นองค์ประกอบดั้งเดิมของเรื่อง รวมถึงไม่ได้อ้างกรรมสิทธิ์ต่อโพสต์ต้นทางหรือผลงานของแฟนๆ ที่ต่อยอดจากจักรวาลนี้
ดราม่านี้กระทบแฟนงาน Backrooms หลายกลุ่ม เพราะมีการแจ้งลบผลงานหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่งานศิลปะธีมออฟฟิศลอยๆ ไปจนถึงเกมอินดี้ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Backrooms ซึ่งมีรายงานว่าถูกถอดออกจาก Google Play Store ด้วยเหตุผลด้านลิขสิทธิ์ บางกรณีระบุชื่อผู้ร้องเรียนเป็น “A24 LLC” ทำให้เกิดความสับสนว่าเป็นการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาเกินขอบเขตหรือไม่
ฝั่ง Parsons ซึ่งเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ Backrooms และเป็นผู้สานต่อผลงานจากคอมมูนิตี้ อธิบายในข้อความบน Reddit และ Discord ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน่าจะมาจากความสับสนภายใน การสื่อสารที่ไม่ชัดเจน และความผิดพลาดของระบบจากบุคคลที่สาม โดยมองว่ากรณีบนแพลตฟอร์มต่างๆ นั้นน่าจะเป็นเรื่องบังเอิญและช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม มากกว่าจะเป็นการเดินหน้าฟ้องร้องลิขสิทธิ์อย่างเป็นระบบ
Parsons ยังเน้นว่า A24 ยืนอยู่ฝั่งเดียวกับชุมชนผู้สร้างมาตั้งแต่ต้น และไม่เห็นว่าสถานการณ์นี้สะท้อนนโยบาย “ไล่บีบลิขสิทธิ์” ในเชิงกว้าง การออกแถลงของ A24 จึงถือเป็นการพยายามปิดฉากความเข้าใจผิด และสร้างความมั่นใจให้กับแฟนๆ ว่างานที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Backrooms จะยังมีพื้นที่ให้สร้างต่อได้
กรณีนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความสำเร็จของภาพยนตร์ Backrooms ที่ทำรายได้สูงมากเมื่อเทียบกับทุนสร้าง ทำให้จักรวาลนี้ยิ่งถูกจับตามองทั้งในฐานะผลงานบันเทิงและตัวอย่างของงานที่เติบโตจากครีเอทีฟคอมมูนิตี้ออนไลน์ เหตุการณ์ดังกล่าวจึงสะท้อนความท้าทายของอุตสาหกรรมบันเทิงยุคใหม่ ที่ต้องหาจุดสมดุลระหว่างการคุ้มครองสิทธิ์ทางกฎหมายกับการเปิดทางให้แฟนๆ และนักสร้างสรรค์ต่อยอดผลงานได้อย่างไม่ถูกปิดกั้น


