นักกิจกรรมโดนตั้งข้อหาหลังใช้โค้ดฉุกเฉินล้างข้อมูลมือถือก่อนเจ้าหน้าที่สหรัฐตรวจค้น
คดีนี้เริ่มจากเหตุการณ์ที่ซามูเอล ทูนิก ชาวแอตแลนตา เดินทางกลับสหรัฐฯ หลังไปต่างประเทศ แล้วถูกเจ้าหน้าที่ศุลกากรสหรัฐเรียกตรวจเพิ่มเติมที่สนามบินและขอเข้าถึงโทรศัพท์ Pixel ของเขา ซึ่งติดตั้งระบบ…

คดีนี้เริ่มจากเหตุการณ์ที่ซามูเอล ทูนิก ชาวแอตแลนตา เดินทางกลับสหรัฐฯ หลังไปต่างประเทศ แล้วถูกเจ้าหน้าที่ศุลกากรสหรัฐเรียกตรวจเพิ่มเติมที่สนามบินและขอเข้าถึงโทรศัพท์ Pixel ของเขา ซึ่งติดตั้งระบบ Android ทางเลือกอย่าง GrapheneOS แทนที่จะส่งมอบข้อมูล เขาใช้ฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยของระบบเพื่อสั่งล้างข้อมูลในเครื่อง ทำให้เนื้อหาทั้งหมดถูกลบก่อนเจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้
ตามรายงานของ The Guardian ในการไต่สวนครั้งแรกเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ฝ่ายรัฐบาลระบุว่าการสอบถามของเจ้าหน้าที่เป็นกระบวนการ secondary inspection ตามปกติของสนามบินระหว่างประเทศ โดยอ้างว่ากำลังมองหาสิ่งของต้องห้าม อย่างไรก็ตาม ทีมทนายของทูนิกโต้แย้งว่ากรณีของเขาไม่ใช่การตรวจค้นทั่วไป แต่เป็นการพุ่งเป้าไปที่ตัวบุคคลจากบทบาทด้านการเคลื่อนไหวทางการเมือง
ทูนิกมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่ม Defend the Atlanta Forest ซึ่งคัดค้านโครงการก่อสร้างศูนย์ฝึกของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายขนาดใหญ่ที่ถูกเรียกกันว่า “Cop City” ฝั่งทนายระบุว่าเขาไม่ทราบมาก่อนว่าตนถูกบรรจุอยู่ใน watch list และยังมีอีเมลที่เจ้าหน้าที่ Customs and Border Protection พูดคุยกันล่วงหน้าเกี่ยวกับแผนจะควบคุมตัวเขาทันทีที่กลับเข้าสหรัฐฯ โดยอ้างเหตุสงสัยเรื่องการก่อการร้าย
ประเด็นสำคัญของคดีนี้จึงไม่ใช่แค่การเผชิญหน้าระหว่างผู้โดยสารกับเจ้าหน้าที่ชายแดน แต่ยังสะท้อนความตึงเครียดระหว่างสิทธิความเป็นส่วนตัวบนอุปกรณ์พกพา เครื่องมือความปลอดภัยอย่าง GrapheneOS และอำนาจของรัฐในการตรวจค้นผู้เดินทางขาเข้า โดยผลของคดีอาจกลายเป็นจุดอ้างอิงสำคัญในข้อถกเถียงเรื่องการเข้าถึงข้อมูลในโทรศัพท์ที่ถูกเข้ารหัสและการเฝ้าระวังผู้เห็นต่างทางการเมือง


