PC Gamer สรุป 12 ความเห็นแรงหลังเล่น Slay the Spire 2 ไปกว่า 894 ชั่วโมง
PC Gamer นำทีมบรรณาธิการและนักเขียนที่ลองเล่น Slay the Spire 2 ในช่วง early access รวมเวลามากกว่า 894 ชั่วโมง มารวมความเห็นที่ “แรงที่สุด” เกี่ยวกับดีไซน์ของเกม ภาพรวมคือเกมภาคต่อนี้ได้รับความนิยมถล่ม…

PC Gamer นำทีมบรรณาธิการและนักเขียนที่ลองเล่น Slay the Spire 2 ในช่วง early access รวมเวลามากกว่า 894 ชั่วโมง มารวมความเห็นที่ “แรงที่สุด” เกี่ยวกับดีไซน์ของเกม ภาพรวมคือเกมภาคต่อนี้ได้รับความนิยมถล่มทลายตั้งแต่เปิดตัว และกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของเกมแนวเด็คบิลเดอร์บน Steam แต่แม้ตัวเกมจะประสบความสำเร็จมาก ทีมงานก็ยังมองว่ามีหลายจุดที่ควรปรับเพื่อให้การเล่นลื่นและน่าสนใจกว่านี้
ประเด็นใหญ่ข้อแรกคือ Act 1 ถูกมองว่าทรมานและน่าเบื่อเกินไป เพราะเกมบังคับให้ผู้เล่นรับความเสียหายจำนวนมากตั้งแต่ต้น ทำให้การตัดสินใจช่วงแรกไม่ค่อยเปิดกว้างเท่าที่ควร หลายรอบกลายเป็นการเล่นแบบระวังตัวมากกว่าการวางแผนเชิงรุก ผู้เขียนบางคนเสนอว่าควรลดความกดดันในช่วงต้นและโยกความยากไปหนักขึ้นใน Act 3 แทน เพื่อให้รอบเล่นเริ่มต้นได้หลากหลายและมีคุณค่าทางกลยุทธ์มากกว่าเดิม
ในอีกด้านหนึ่ง ทีมงานชื่นชมบิลด์ที่เล่นแล้ว “ได้ของฟรี” อย่าง Shiv และ Sly ว่าเป็นหัวใจของความสนุกในเกม เพราะมันให้ความรู้สึกว่าผู้เล่นสร้างคอมโบง่ายๆ แต่ได้ผลลัพธ์แรงมาก Shiv สามารถทำงานร่วมกับรีลิกจำนวนมากได้ดี ขณะที่ Sly ช่วยให้เล่นการ์ดจำนวนมากในเทิร์นเดียวได้ ซึ่งเข้ากับความสนุกแบบเด็คบิลเดอร์ที่ให้รางวัลกับการจัดชุดการ์ดและรีลิกอย่างชาญฉลาด โดยเฉพาะเมื่อบิลด์เหล่านี้ยังพอพาไปถึงระดับความยากสูงอย่าง Ascension 10 ได้จริง
อีกรีลิกที่ถูกพูดถึงคือ Silken Tress ซึ่งแม้บางคนจะมองว่าเสี่ยงและอาจไม่คุ้มค่ากับทองที่ต้องเสียไป แต่ก็ยังมีคนยืนยันว่าจะเลือกมันทุกครั้ง เพราะมันทำให้การ์ดธรรมดาๆ กลายเป็นของที่ทรงพลังในช่วงต้นเกมได้ทันที ความเสี่ยงของมันคือถ้ารางวัลแรกออกมาไม่ดี อาจทำให้รอบเล่นพังตั้งแต่ต้น แต่สำหรับผู้เล่นที่ต้องการแก้ปัญหาช่วงแรกของ Act 1 แบบเร็วและตรงจุด รีลิกนี้ยังถือว่าน่าสนใจมาก
โหมดผู้เล่นหลายคนก็เป็นอีกจุดที่ถูกถกเถียง ตอนแรกทีมงานมองว่ามันยังไม่เด่นเท่าที่ควร เพราะการเพิ่มเลือดศัตรูให้เยอะขึ้นทำให้จังหวะเกมเสียไป และทำให้การเล่นกลายเป็นงานทีมที่ต้องรอจังหวะกันมากกว่าการตัดสินใจแบบเด็คบิลเดอร์ที่คมกริบ อย่างไรก็ตาม เมื่อเล่นไปมากขึ้น หลายคนกลับพบว่าเสน่ห์ของโหมดนี้อยู่ที่การได้เห็นบิลด์สุดเว่อร์ของเพื่อนช่วยพาตัวเองผ่านด่าน และเห็นซินเนอร์จีของรีลิกบางอย่างทรงพลังขึ้นมากในบริบทร่วมมือกัน
บทความยังพูดถึงตัวละคร Regent ซึ่งได้รับคำชมด้านคาแรกเตอร์และอารมณ์ขัน แต่ถูกวิจารณ์ว่ากลไกการเล่นช้าและอืดกว่าที่ควร ผู้เขียนบางคนรู้สึกว่าต้องคิดเรื่องการสะสม “ดาว” และการปลดล็อกการ์ดอย่างระมัดระวังเกินไป จนขัดกับภาพลักษณ์ของเกมที่โดยรวมควรเล่นแล้วกระชับและออกแรงทันใจ ทำให้ Regent กลายเป็นตัวละครที่มีเสน่ห์เชิงบุคลิกมากกว่าความลื่นไหลเชิงระบบ
นอกจากนี้ยังมีการหยิบยกศัตรูที่ถูกมองว่า “น่ารำคาญแต่คนมักไม่พูดถึง” อย่าง Mytes ซึ่งสร้างปัญหาให้ผู้เล่นหลายชั้นพร้อมกัน ทั้งการจัดการการ์ดพิษ การตั้งรับ และการโจมตีศัตรูไปพร้อมกัน ปัญหาของศัตรูกลุ่มนี้คือมันทำให้การเล่นช้าลงและลงโทษคนที่จัดเด็คไม่พร้อมได้หนักมาก โดยรวมแล้ว มุมมองของ PC Gamer คือ Slay the Spire 2 มีรากฐานที่แข็งแรงและสนุกมาก แต่ยังมีหลายระบบที่ควรปรับสมดุล เพื่อให้ความคมของการตัดสินใจและความหลากหลายของรอบเล่นเด่นชัดยิ่งขึ้น


