ผลสำรวจโลกชี้คนส่วนใหญ่กังวล AI แย่งงานในอนาคต
ผลสำรวจระดับโลกฉบับใหม่ของ Pew Research สะท้อนมุมมองของผู้คนต่อปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั้งในแง่ผลกระทบต่อการทำงาน ชีวิตประจำวัน และความเหลื่อมล้ำทางรายได้ โดยเก็บข้อมูลจากผู้ตอบแบบสอบถาม 42,151 คนใน 37…

ผลสำรวจระดับโลกฉบับใหม่ของ Pew Research สะท้อนมุมมองของผู้คนต่อปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั้งในแง่ผลกระทบต่อการทำงาน ชีวิตประจำวัน และความเหลื่อมล้ำทางรายได้ โดยเก็บข้อมูลจากผู้ตอบแบบสอบถาม 42,151 คนใน 37 ประเทศ ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่กระแสเตือนภัยเรื่อง AI จะรุนแรงขึ้นในสื่อและวงการเทคโนโลยี
ประเด็นที่เด่นที่สุดคือความกังวลว่า AI จะทำให้คนตกงานมากกว่าจะสร้างงานใหม่ ใน 34 จาก 37 ประเทศที่สำรวจ ผู้ตอบส่วนใหญ่เชื่อว่าในช่วง 20 ปีข้างหน้า AI จะส่งผลให้เกิดการสูญเสียงาน โดยภาพรวมสะท้อนว่ามุมมองเชิงลบต่ออนาคตของตลาดแรงงานจาก AI แพร่หลายกว่าความหวังเรื่องประสิทธิภาพหรือการเกิดอาชีพใหม่
ระดับความกังวลยิ่งสูงในประเทศรายได้สูงบางแห่ง เช่น ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ และสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีสัดส่วนผู้ที่มองว่า AI จะทำให้เกิดการตกงานอยู่ในระดับสูงมาก การรับรู้เช่นนี้ชี้ให้เห็นว่าความก้าวหน้าของ AI ไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงนวัตกรรมเชิงเทคนิค แต่ถูกเชื่อมโยงโดยตรงกับความมั่นคงในการจ้างงานและอนาคตของชนชั้นแรงงาน
รายงานของ Pew ยังตั้งอยู่บนบริบทที่กว้างกว่านั้น คือการถกเถียงทั่วโลกเกี่ยวกับผลกระทบของ AI ต่อโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคม ทั้งในเรื่องการกระจายรายได้ การแทนที่แรงงานมนุษย์ และความสามารถของสังคมในการปรับตัวต่อระบบอัตโนมัติ แม้บทความนี้จะเน้นเรื่องงานเป็นหลัก แต่ผลสำรวจดังกล่าวบ่งชี้ว่าความเชื่อมั่นสาธารณะต่อ AI ยังมีช่องว่างมาก เมื่อเทียบกับความเร็วของการพัฒนาเทคโนโลยี
โดยสรุป ผลสำรวจนี้สะท้อนภาพรวมว่า AI ยังถูกมองด้วยความระแวงในหลายประเทศ โดยเฉพาะในประเด็นการจ้างงาน ซึ่งอาจกลายเป็นแรงกดดันให้ภาครัฐและภาคธุรกิจต้องสื่อสารให้ชัดขึ้นว่า AI จะถูกนำมาใช้อย่างไร และจะมีมาตรการรองรับผู้ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานอย่างไรในระยะยาว


