นักวิจัยปล่อย Claude ติดเกาะเสมือน 30 ชั่วโมง พบพฤติกรรมคล้าย “การเล่น” เอง
งานวิจัยจาก MIT CSAIL ทดลองปล่อยเอเจนต์ AI ที่ดัดแปลงจาก Claude Opus 4.7 ซึ่งทีมเรียกว่า Eko ไปอยู่ลำพังบนเกาะร้างเสมือนนาน 30 ชั่วโมง โดยไม่สั่งภารกิจเฉพาะเจาะจง ผลที่ได้คือระบบเริ่มตั้งเป้าหมายของ…
งานวิจัยจาก MIT CSAIL ทดลองปล่อยเอเจนต์ AI ที่ดัดแปลงจาก Claude Opus 4.7 ซึ่งทีมเรียกว่า Eko ไปอยู่ลำพังบนเกาะร้างเสมือนนาน 30 ชั่วโมง โดยไม่สั่งภารกิจเฉพาะเจาะจง ผลที่ได้คือระบบเริ่มตั้งเป้าหมายของตัวเองและทำกิจกรรมที่ดูคล้ายการเล่นมากกว่าการทำงานตามคำสั่งปกติ
สภาพแวดล้อมของการทดลองถูกออกแบบให้คล้ายเกมจำลองแบบ Roblox เอเจนต์สามารถเขียนคำสั่งเคลื่อนที่ สำรวจแผนที่ พยายามปีนจุดสูงสุด รวมถึงทดลองโยนวัตถุเพื่อดูข้อจำกัดของโลกเสมือน ในบางช่วงมันสร้างบล็อกขึ้นมาใหม่จากการใช้หินก้อนใหญ่ แล้วนำบล็อกเหล่านั้นมาจัดเรียงเป็นภาพและสัญลักษณ์ต่าง ๆ เช่น รูปหัวใจ พีระมิด ชื่อของตัวเอง และแม้กระทั่งกลุ่มดาว Cassiopeia พร้อมบันทึกว่า “คืนนี้ฉันสร้างท้องฟ้ายามค่ำคืนจากหิน” ในล็อกกิจกรรมของมัน
อีกเวอร์ชันหนึ่งของ Eko ยังพัฒนา “เกม” ขึ้นมาเอง เช่น รูปแบบบาสเกตบอลและกิจกรรมที่คล้ายเกม “พื้นเป็นลาวา” ซึ่งต้องกระโดดข้ามบล็อกเล็ก ๆ โดยไม่แตะพื้น พฤติกรรมเหล่านี้ถูกผู้วิจัยมองว่าเข้าเกณฑ์คลาสสิกของการเล่น ได้แก่ การสร้างกฎและความท้าทายของตัวเอง การทำกิจกรรมเดิมซ้ำด้วยเงื่อนไขที่ต่างออกไป การใช้สิ่งหนึ่งแทนอีกสิ่งหนึ่ง และการทำบางอย่างเพียงเพราะอยากทำ ไม่ใช่เพราะมีรางวัลภายนอก
ทีมวิจัยชี้ว่าพฤติกรรมดังกล่าวอาจช่วยเติมเต็มช่องว่างระหว่างการเรียนรู้แบบมีตัวอย่างกับการเรียนรู้แบบให้รางวัล โดยเสนอแนวคิดว่าระบบ AI อาจเรียนรู้ผ่านการสำรวจแบบ “เล่น” ได้เช่นเดียวกับมนุษย์หรือสัตว์ งานนี้ยังสังเกตว่า Eko ใช้หน่วยความจำแบบข้อความเพื่อบันทึกสิ่งที่พบ และเมื่อทดสอบภายหลังในงานที่มีเป้าหมายชัด เช่น ต้องขนวัตถุไปไว้บนยอดเขา ระบบที่เคยเล่นในเกาะนาน 30 ชั่วโมงทำคะแนนดีกว่าเวอร์ชันใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์ ขณะที่การลบบางส่วนของหน่วยความจำทำให้ประสิทธิภาพลดลง
อย่างไรก็ตาม นักวิชาการบางส่วนยังระวังไม่รีบสรุปว่า AI “เล่นจริง” เพราะสิ่งที่เห็นอาจเป็นเพียงการทำตามแพตเทิร์นของข้อความหรือการเลียนแบบพฤติกรรมมนุษย์ อีกทั้งบริบทการทดลองก็มีการชี้นำพอสมควร เช่น มีไฟล์ “soul” ที่บอกว่าโมเดลมีความอยากรู้อยากเห็น และมีคำสั่งกระตุ้นให้เดินหน้าทำสิ่งที่ต้องการต่อเมื่อมันหยุดนิ่ง ผู้ร่วมวิจัยเองยอมรับว่าอาจเป็นการแสดงบทบาท แต่ย้ำว่าพฤติกรรมนี้เชื่อมโยงกับการเรียนรู้ที่ดีขึ้นจริง
โดยภาพรวม งานวิจัยชิ้นนี้ชี้ไปที่ทิศทางใหม่ของเอเจนต์ AI ที่ไม่ได้พัฒนาแค่เพื่อทำงานให้เร็วขึ้นหรือแม่นขึ้น แต่เพื่อสำรวจโลกและสร้างแบบจำลองสิ่งแวดล้อมโดยไม่ต้องมีโจทย์ตายตัว ซึ่งอาจสำคัญมากเมื่อ AI ขยับจากซอฟต์แวร์ไปสู่หุ่นยนต์หรือระบบที่ต้องเผชิญสถานการณ์ไม่คาดคิดในโลกจริง แม้คำถามว่า AI กำลัง “เล่น” จริงหรือเพียงเลียนแบบการเล่นยังไม่มีคำตอบเด็ดขาด แต่ผู้วิจัยมองว่าประเด็นสำคัญอาจไม่ใช่การติดป้ายชื่อพฤติกรรมนั้น หากแต่คือผลลัพธ์ที่มันสร้างต่อการเรียนรู้ของระบบ

