รายงานชี้บริษัทยักษ์สหรัฐฯ หลายรายกำลังประเมินกระบวนการผลิต Intel 14A
รายงานจาก Piper Sandler ระบุว่า ผู้เล่นรายใหญ่ในอุตสาหกรรมชิปของสหรัฐฯ หลายราย รวมถึง Amazon, Apple, AMD, Google, Tesla, Microsoft, Nvidia และ Qualcomm กำลังพิจารณาเทคโนโลยีการผลิตชิปเจเนอเรชันถัดไป…

รายงานจาก Piper Sandler ระบุว่า ผู้เล่นรายใหญ่ในอุตสาหกรรมชิปของสหรัฐฯ หลายราย รวมถึง Amazon, Apple, AMD, Google, Tesla, Microsoft, Nvidia และ Qualcomm กำลังพิจารณาเทคโนโลยีการผลิตชิปเจเนอเรชันถัดไปของ Intel อย่าง 14A โดยมองว่าโนดนี้อาจกลายเป็นทางเลือกสำคัญสำหรับงานผลิตแบบ foundry และแพ็กเกจจิ้งในช่วงที่กำลังการผลิตของ TSMC ถูกจองยาวไปถึงปี 2028
ประเด็นที่ทำให้ Intel ดูมีโอกาสมากขึ้น คือสัญญาณด้านเทคนิคของ 14A ที่นักวิเคราะห์มองว่าดีกว่าที่คาด และกระแสอุตสาหกรรมที่ต้องการกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพา TSMC เพียงรายเดียว รวมถึงแรงผลักทางการเมืองเรื่องการย้ายฐานการผลิตชิปกลับสหรัฐฯ รายงานจึงมองว่า Intel มีโอกาสใช้จังหวะนี้ดึงลูกค้ารายใหญ่เข้ามาเป็น “anchor customer” เพื่อทำให้ธุรกิจ foundry เดินหน้าได้จริง
Piper Sandler ยังชี้ว่า การขายหุ้นเพิ่มทุนมูลค่า 20,000 ล้านดอลลาร์ของ Intel เมื่อเดือนก่อนน่าจะช่วยหนุนการลงทุนในโรงงาน 14A ซึ่งอาจต้องใช้เงินราว 10,000 ล้านดอลลาร์ต่อโรงงาน ขณะที่โรงงาน Fab-62 ของบริษัทใกล้สร้างโครงเสร็จแล้ว แต่ยังต้องติดตั้งอุปกรณ์การผลิตเพิ่มเติม นักลงทุนจึงมองการระดมทุนครั้งนี้เป็นสัญญาณว่า Intel เตรียมพร้อมสำหรับการขยายกำลังการผลิตเชิงพาณิชย์
ฝั่งซีอีโอ ลิป-บู ตัน เคยระบุชัดว่าหาก Intel ไม่สามารถหาลูกค้าภายนอกที่สำคัญและบรรลุเป้าหมายหลักของโครงการ 14A ได้ บริษัทอาจต้องชะลอหรือยุติการพัฒนาโนดระดับแนวหน้าในอนาคต คำพูดดังกล่าวทำให้การหาลูกค้า anchor กลายเป็นตัวชี้วัดสำคัญต่อความสำเร็จของยุทธศาสตร์ foundry ใหม่ของ Intel
Intel ระบุเพิ่มเติมว่า 14A ยังอยู่ในแผน โดยการผลิตชิปช่วงต้นแบบหรือ risk production คาดว่าจะเริ่มได้ในปี 2028 ซึ่งบริษัทเชื่อว่าจะทำให้เทคโนโลยีของตนแข่งขันกับ TSMC ได้โดยตรง อย่างไรก็ตาม การเทียบชั้นระหว่างโนดของ Intel และ TSMC ไม่ได้ตรงกันแบบชื่อเดียวกันแล้วหมายถึงขนาดหรือประสิทธิภาพเท่ากัน จึงยังต้องรอดูว่าความสามารถจริงของ 14A จะยืนอยู่ระดับใดเมื่อเทียบกับ N2 หรือโหนดรุ่นถัดไปของ TSMC
โดยภาพรวม บทความนี้สะท้อนว่า Intel อาจกำลังเข้าใกล้จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ หากสามารถปิดดีลลูกค้าภายนอกได้แม้เพียงบางส่วนจากรายชื่อบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐฯ ที่ถูกยกมา ก็อาจช่วยปลุกธุรกิจโรงหล่อชิปของบริษัทให้กลับมาแข่งขันได้จริง แต่ในอีกด้านหนึ่ง ความสำเร็จของแผนนี้ยังขึ้นอยู่กับการพิสูจน์ทั้งความพร้อมทางเทคนิค การลงทุนโรงงาน และการดึงลูกค้ารายหลักให้เข้ามาเซ็นสัญญาให้ได้ทันก่อนการเดินเครื่องเต็มรูปแบบในอนาคต


