ผู้บริหาร Digital Extremes เผย Warframe โตแรงในจังหวะที่ Destiny 2 ซบเซา
Sheldon Carter ประธานของ Digital Extremes ผู้พัฒนา Warframe ให้สัมภาษณ์ว่าช่วงหลายปีที่ผ่านมาเกมของค่ายกำลังเติบโตอย่างมาก ขณะที่คู่แข่งสำคัญอย่าง Destiny 2 กลับเผชิญภาวะถดถอยและถูกยุติการพัฒนาไปแล้ว…

Sheldon Carter ประธานของ Digital Extremes ผู้พัฒนา Warframe ให้สัมภาษณ์ว่าช่วงหลายปีที่ผ่านมาเกมของค่ายกำลังเติบโตอย่างมาก ขณะที่คู่แข่งสำคัญอย่าง Destiny 2 กลับเผชิญภาวะถดถอยและถูกยุติการพัฒนาไปแล้ว เขามองว่าการจบลงของ Destiny 2 ไม่ใช่เรื่องที่ทีม Warframe ยินดีต้อนรับ เพราะสองแฟรนไชส์มีความเชื่อมโยงกันทั้งในเชิงตลาดและในเชิงบุคลากร โดยมีผู้พัฒนาหลายคนที่เคยทุ่มเวลาเรียนรู้แนวเกม looter shooter จาก Destiny แล้วเข้ามาทำงานในทีมของพวกเขา
Carter เล่าว่าในช่วงแรกหลัง Destiny ภาคแรกเปิดตัว เขามอง Bungie เป็นคู่แข่งที่ต้องตอบโต้เชิงรุก เพราะเกมนั้นเข้ามากระทบ Warframe โดยตรง แต่เมื่อเวลาผ่านไปมุมมองก็เปลี่ยนจากการแข่งขันล้วน ๆ ไปสู่การยอมรับว่าความสำเร็จของ Destiny ช่วยทำให้ตลาดเกมแนวนี้เติบโต และยังส่งผลให้บุคลากรในอุตสาหกรรมมีประสบการณ์มากขึ้นด้วย จนเมื่อ Destiny 2 มีปัญหาและถูกยุติบทบาท ทีมงาน Warframe จึงรู้สึกเหมือนสูญเสียอีกหนึ่งเสาหลักของวงการ
ในขณะเดียวกัน Digital Extremes กลับพบว่า Warframe ไม่ได้แตะเพดานอย่างที่เคยกังวลไว้เมื่อ 4-5 ปีก่อน ตอนนั้นสตูดิโอเริ่มคิดแล้วว่าเกมอาจถึงจุดสูงสุด จึงเริ่มมองหาโปรเจ็กต์ใหม่อย่าง Soulframe เพื่อเป็นอนาคตของค่าย แต่การตัดสินใจดังกล่าวมาพร้อมการปรับวิธีพัฒนาและโปรโมต Warframe ครั้งใหญ่ ซึ่งกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยให้เกมกลับมาเติบโตต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี
ผู้บริหารของค่ายอธิบายว่าแนวทางครั้งนี้แตกต่างจากหลายสตูดิโอใหญ่ที่กระจายทรัพยากรไปกับโครงการทดลองจำนวนมากแล้วไม่เกิดผล Digital Extremes เลือกเดินหน้ากับ Soulframe อย่างระมัดระวังและยาวนาน โดยยังไม่เร่งเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ เพราะต้องการให้มีทั้งเนื้อหา ระบบ และเรื่องราวเพียงพอ รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นกับผู้เล่นกลุ่มหลักก่อนขยายไปสู่คนวงกว้าง
แม้ Soulframe จะเป็นความหวังของอนาคต แต่ Carter ยืนยันว่า Warframe ยังไม่ถูกลดความสำคัญลง ตรงกันข้าม เขามองว่าเกมจะยังอยู่ได้อีกนานเพราะเป็นเกมบริการระยะยาวที่อัปเดตต่อเนื่อง แถมยังรองรับอุปกรณ์หลากหลายตั้งแต่เครื่องคอนโซลรุ่นใหม่ไปจนถึงสมาร์ตโฟน Android รุ่นเก่า จุดแข็งด้านการเข้าถึงนี้ทำให้เขาเชื่อว่า Warframe จะยังมีบทบาทต่อไป แม้ตลาดฮาร์ดแวร์จะมีต้นทุนสูงขึ้นและผู้เล่นบางส่วนอาจต้องหันกลับไปใช้อุปกรณ์เดิม


