Be Quiet! Light Mount TKL คีย์บอร์ดเกมมิ่งเงียบลงกว่าเดิม เพิ่มฟีเจอร์เล่นเกมมากขึ้น

Be Quiet! Light Mount TKL คือคีย์บอร์ดเกมมิ่งขนาด 80% ที่ต่อยอดจากรุ่น Light Mount เดิม โดยจุดขายสำคัญยังคงเป็นความเงียบเป็นพิเศษ แต่ครั้งนี้มาในตัวเครื่องที่เล็กลง ใช้งานได้คล่องขึ้นสำหรับโต๊ะที่มีพื้นที่จำกัดพอสมควร ผู้รีวิวมองว่าฟอร์มแฟกเตอร์ TKL ช่วยให้มีพื้นที่ขยับเมาส์มากขึ้น และลดโอกาสกดปุ่มผิด เช่น Caps Lock เมื่อเทียบกับคีย์บอร์ดขนาดเล็กกว่านี้
รุ่นนี้ใช้สวิตช์ Silent V2 รุ่นใหม่ ซึ่ง Be Quiet! ระบุว่าปรับปรุงหน้าสัมผัสภายในและการหล่อลื่นจากโรงงานเพื่อให้กดได้ลื่นขึ้นและเงียบกว่าเดิม จากการทดสอบจริง ผู้รีวิวเห็นว่ามันเงียบมากจนแทบไม่รบกวนการเล่นเกมช่วงดึก และยังเงียบกว่ารุ่นก่อนอย่างชัดเจน แม้ช่วงแรกแรงกดจะรู้สึกแข็งเล็กน้อย แต่เมื่อใช้งานไปสักพักก็ให้จังหวะการกดที่แม่นยำและมีสัมผัสที่นุ่มนวลกว่าเดิม รุ่นที่ทดสอบเป็นสวิตช์ Linear แต่ก็มีตัวเลือก Tactile ให้เลือกเช่นกัน
ด้านฟีเจอร์สำหรับเล่นเกม Be Quiet! เพิ่ม Quick Tap หรือฟีเจอร์ในกลุ่ม SOCD เข้ามาเป็นครั้งแรกในรุ่น TKL ซึ่งช่วยให้การเปลี่ยนทิศทางตัวละครทำได้รวดเร็วขึ้น โดยระบบจะให้ความสำคัญกับอินพุตทิศทางล่าสุด ฟีเจอร์ลักษณะนี้เป็นประเด็นอ่อนไหวในวงการอีสปอร์ต เพราะถูกมองว่าให้ความได้เปรียบมากเกินไปในเกมยิงแข่งขัน นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกปรับมาโครและการตั้งค่าเพิ่มเติมในซอฟต์แวร์ IO Center รวมถึงสามารถปิดปุ่ม Caps Lock ในโหมดเกมได้ด้วย
แม้จะเพิ่มลูกเล่นด้านเกมมิ่งเข้ามา แต่ภาพรวมของ Light Mount TKL ยังถูกมองว่าไม่ใช่คีย์บอร์ดที่อัดแน่นด้วยฟีเจอร์ที่สุดในตลาด จุดเด่นจริง ๆ ของมันยังอยู่ที่ความเงียบ คุณภาพงานประกอบ และความเรียบร้อยของตัวเครื่องมากกว่า ผู้รีวิวระบุว่าคีย์บอร์ดรุ่นนี้ให้ความรู้สึกเหมาะทั้งกับการทำงานและเล่นเกม โดยไม่มีดีไซน์หวือหวาเกินจำเป็น
เรื่องงานออกแบบและวัสดุก็ถือว่าน่าพอใจ คีย์แคปเป็น PBT แบบ double-shot ซึ่งทนทานและมีโอกาสเกิดความมันจากนิ้วมือน้อยกว่า ABS ตัวเครื่องมีไฟ RGB แบบค่อนข้างสุภาพ มีแถบไฟด้านบนและไฟต่อปุ่มผ่านตัวกระจายแสง พร้อมรองรับ Microsoft Dynamic Lighting อีกทั้งยังมีปุ่มหมุนควบคุมเสียงที่กดเพื่อปิดเสียงได้ และมีที่รองข้อมือแบบแม่เหล็กให้ใช้งาน
โดยรวมแล้ว Light Mount TKL ถูกวางตำแหน่งเป็นคีย์บอร์ดเกมมิ่งสำหรับคนที่ต้องการความเงียบจริงจัง และอยากได้บอร์ดที่ดูสุภาพพอจะใช้ในออฟฟิศได้ด้วย ราคาตั้งไว้ที่ราว 140 ดอลลาร์หรือ 140 ยูโร แต่ถ้าผู้ซื้อกำลังมองหาคีย์บอร์ดเกมมิ่งที่ฟีเจอร์ครบสุด ๆ หรือมีพื้นที่บนโต๊ะจำกัดมากกว่านี้ รุ่นนี้อาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุด

