คัมเบอร์แบตช์-นักแสดงมาร์เวลเรียกรัฐบาลอังกฤษสกัดดีล Paramount ซื้อ Warner Bros
เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบตช์, อลัน คัมมิง และเบเนดิกต์ หว่อง ออกมาร่วมลงชื่อเรียกร้องให้รัฐบาลสหราชอาณาจักรสกัดการเข้าซื้อ Warner Bros. Discovery ของ Paramount มูลค่าราว 110,000 ล้านดอลลาร์ โดยพวกเขายื่น…

เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบตช์, อลัน คัมมิง และเบเนดิกต์ หว่อง ออกมาร่วมลงชื่อเรียกร้องให้รัฐบาลสหราชอาณาจักรสกัดการเข้าซื้อ Warner Bros. Discovery ของ Paramount มูลค่าราว 110,000 ล้านดอลลาร์ โดยพวกเขายื่นจุดยืนผ่านบทความใน The Guardian เพื่อกดดัน Lisa Nandy รัฐมนตรีวัฒนธรรมให้ใช้อำนาจของภาครัฐเข้ามาตรวจสอบและหยุดดีลนี้ก่อนจะสร้างผลกระทบต่ออุตสาหกรรมภาพยนตร์และโทรทัศน์ในวงกว้าง
ข้อกังวลหลักของกลุ่มนักแสดงอยู่ที่ผลกระทบด้านการจ้างงานและความหลากหลายของเนื้อหา พวกเขาเตือนว่าการควบรวมขนาดใหญ่ในอดีตมักตามมาด้วยการปลดพนักงาน การยกเลิกโปรเจ็กต์ และการลดจำนวนงานสร้างสรรค์ โดยเฉพาะเมื่อบริษัทใหม่ต้องรับภาระหนี้จำนวนมหาศาลจากการทำ leveraged buyout พวกเขายกตัวเลขของอุตสาหกรรมสหราชอาณาจักรที่สร้างงานมากกว่า 180,000 ตำแหน่ง มีกำลังใช้จ่ายด้านการผลิตกว่า 6.8 พันล้านปอนด์ และมีส่วนต่อเศรษฐกิจราว 1.2 หมื่นล้านปอนด์ต่อปี เพื่อชี้ว่าดีลใหญ่ลักษณะนี้อาจกระทบระบบนิเวศของวงการบันเทิงโดยรวม
ในจดหมายระบุด้วยว่าแรงกดดันเรื่องการชดใช้หนี้และการสร้าง ‘synergies’ มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์มักแปลเป็นการลดต้นทุน การเลิกจ้าง และการลดความเสี่ยงในการลงทุนคอนเทนต์ พวกเขาอ้างประสบการณ์จากการรวมกิจการก่อนหน้านี้ของ Discovery กับ WarnerMedia และของ Skydance กับ Paramount เพื่อชี้ว่าการควบรวมมักนำไปสู่การปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการปิดงานที่สร้างเสร็จแล้วหรือการปลดพนักงานจำนวนมาก
อีกประเด็นสำคัญคือความกังวลเรื่องความเป็นอิสระของข่าวสาร เนื่องจาก Warner Bros. เป็นเจ้าของ CNN และผู้เขียนมองว่าการที่อำนาจควบคุมข่าวและความบันเทิงกระจุกอยู่ในมือบริษัทเดียว อาจกระทบต่อความหลากหลายของมุมมองในสื่อ รวมถึงความเป็นกลางของการนำเสนอข่าว โดยเฉพาะเมื่อโครงสร้างผู้ถืออำนาจและความเชื่อมโยงทางการเมืองของผู้บริหารถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด
ดีลนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาตามกฎระเบียบในหลายประเทศ หลังจากได้รับการอนุมัติในบางตลาดแล้ว ทั้งสหภาพยุโรป จีน เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย แคนาดา และบราซิล ขณะที่สหรัฐฯ เจออุปสรรคจากคดีความของหลายรัฐ ทำให้กระบวนการล่าช้าไปอย่างน้อยหลายเดือน ด้านสหราชอาณาจักรยังอยู่ในจุดที่อาจตัดสินใจได้ว่าจะเปิดการทบทวนอย่างเป็นทางการหรือไม่
ภาพรวมของเรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่การซื้อขายกิจการสื่อยักษ์ใหญ่ แต่สะท้อนคำถามเชิงนโยบายว่า รัฐควรปล่อยให้การรวมศูนย์ของอุตสาหกรรมบันเทิงและข่าวเดินหน้าต่อไปหรือไม่ เมื่อการตัดสินใจดังกล่าวอาจส่งผลต่อการจ้างงาน เนื้อหาที่ผู้ชมได้รับ และโครงสร้างอำนาจในระบบสื่อของประเทศในระยะยาว


