โดรนโจมตีในทะเลดำล้ำเขตน่านน้ำประเทศ NATO เป็นครั้งแรก
รายงานจาก Ars Technica ระบุว่าเหตุโจมตีด้วยโดรนในพื้นที่ทะเลดำได้ยกระดับความตึงเครียดขึ้นอีกขั้น หลังมีข้อสงสัยว่าโดรนรัสเซียเกี่ยวข้องกับเหตุทำให้เรือบรรทุกสินค้าลำหนึ่งจม และทำให้เรือบรรทุกสารเคมี…

รายงานจาก Ars Technica ระบุว่าเหตุโจมตีด้วยโดรนในพื้นที่ทะเลดำได้ยกระดับความตึงเครียดขึ้นอีกขั้น หลังมีข้อสงสัยว่าโดรนรัสเซียเกี่ยวข้องกับเหตุทำให้เรือบรรทุกสินค้าลำหนึ่งจม และทำให้เรือบรรทุกสารเคมีสองลำเกิดไฟไหม้ใกล้ชายฝั่งของบัลแกเรียและโรมาเนีย เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้จำนวนเรือที่ตกเป็นเป้าหมายในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของประเทศสมาชิก NATO เพิ่มเป็นอย่างน้อย 7 ลำ และหากยืนยันได้ว่ารัสเซียเกี่ยวข้องจริง ก็อาจถือเป็นครั้งแรกที่การโจมตีล้ำเข้าไปถึงน่านน้ำอธิปไตยของโรมาเนียด้วย
รายงานชี้ว่าเหตุล่าสุดเกิดขึ้นภายในช่วงไม่ถึง 24 ชั่วโมงระหว่างวันที่ 14-15 ตุลาคม โดยเรือบรรทุกสารเคมีทั้งสองลำที่ถูกจุดไฟเผาอยู่ทอดสมอใกล้ปากคลองซูลินา ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมทะเลดำกับแม่น้ำดานูบ และมีความสำคัญต่อการส่งออกสินค้าของยูเครนอย่างมาก ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าตรวจพบโดรนรัสเซียในน่านฟ้าโรมาเนียในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน จึงทำให้ประเด็นความเชื่อมโยงกับเหตุโจมตีเหล่านี้ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด
สถานการณ์ดังกล่าวผลักดันให้มีเสียงเรียกร้องให้นาโตเพิ่มมาตรการคุ้มกันทางทะเลและระบบต่อต้านโดรนในภูมิภาคมากขึ้น โดยเลขาธิการ NATO มาร์ก รุตเตอระบุผ่านโซเชียลมีเดียว่า องค์กรได้เพิ่มขีดความสามารถด้านการรับมือโดรนตามแนวปีกตะวันออกของพันธมิตรแล้ว หลังหารือกับผู้นำบัลแกเรียและโรมาเนีย
โดยรวม เหตุการณ์นี้สะท้อนว่าเทคโนโลยีโดรนกำลังกลายเป็นเครื่องมือโจมตีที่สร้างผลกระทบต่อความมั่นคงทางทะเลและเส้นทางโลจิสติกส์ในยุโรปตะวันออกอย่างชัดเจนมากขึ้น ไม่เพียงกระทบการเดินเรือพาณิชย์ แต่ยังเพิ่มความเสี่ยงที่ความขัดแย้งในภูมิภาคจะขยายตัวเข้าสู่น่านน้ำของประเทศสมาชิก NATO โดยตรง


