Blade Runner 2099 พลิกโลกอนาคตเมื่อเรพลิแคนท์ขึ้นปกครองมนุษย์
Blade Runner 2099 ซึ่งเป็นซีรีส์ใหม่ของ Prime Video จะพาผู้ชมกลับสู่โลกดิสโทเปียของแฟรนไชส์ Blade Runner อีกครั้ง แต่คราวนี้โครงสร้างอำนาจเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน หลังสงครามระหว่างมนุษย์กับเรพลิแคนท์ เร…

Blade Runner 2099 ซึ่งเป็นซีรีส์ใหม่ของ Prime Video จะพาผู้ชมกลับสู่โลกดิสโทเปียของแฟรนไชส์ Blade Runner อีกครั้ง แต่คราวนี้โครงสร้างอำนาจเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน หลังสงครามระหว่างมนุษย์กับเรพลิแคนท์ เรพลิแคนท์ซึ่งเคยเป็นแรงงานทาสกลับกลายเป็นฝ่ายมีอำนาจ ขณะที่มนุษย์ต้องใช้ชีวิตอยู่ภายใต้การควบคุมของพวกเขา ซีรีส์จะเล่าเรื่องต่อจาก Blade Runner 2049 ราว 50 ปี ทำให้บรรยากาศและภาพรวมของโลกยังคงคุ้นเคย ทั้งตึกสูงขนาดมหึมา ยานบิน และเมืองอนาคตที่หนาแน่น แต่สภาพสังคมและความสัมพันธ์ระหว่างสองเผ่าพันธุ์กลับพลิกกลับอย่างสิ้นเชิง
ผู้สร้างซีรีส์อย่าง Silka Luisa อธิบายว่าแก่นของ Blade Runner คือคำถามเรื่องตัวตน ความเป็นมนุษย์ และเส้นแบ่งที่พร่าเลือนระหว่างมนุษย์กับสิ่งที่ “ดูเหมือนมนุษย์” ซึ่งยังถูกหยิบมาใช้ต่อในภาคใหม่นี้ แต่เพิ่มมิติใหม่ด้วยการสลับบทบาทของผู้กดขี่กับผู้ถูกกดขี่ เรื่องจึงไม่ได้เป็นแค่การสืบสวนคดีในโลกอนาคตเท่านั้น แต่ยังตั้งคำถามว่า เมื่อสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมีอำนาจมากกว่าเดิม ใครกันแน่ที่มีสิทธิ์อยู่ในโลกนี้ และความหมายของการเป็น “คน” จะถูกนิยามใหม่อย่างไร
โครงเรื่องหลักจะขับเคลื่อนด้วยแนวสืบสวนแบบตำรวจลับ โดยตัวละครของ Hunter Schafer อย่าง Cora ต้องปลอมตัวเป็นเรพลิแคนท์และทำงานร่วมกับตัวละครของ Michelle Yeoh อย่าง Olwen ซึ่งเป็นคู่หูที่ไม่น่าจะเข้ากันได้ง่าย ๆ ความสัมพันธ์ลักษณะนี้เปิดทางให้ซีรีส์เล่าเรื่องแบบพันธมิตรที่เริ่มจากความไม่ไว้ใจกัน ก่อนค่อย ๆ พัฒนาเป็นการร่วมมือกันท่ามกลางความขัดแย้งของสองเผ่าพันธุ์ ขณะเดียวกันยังช่วยให้ผู้ชมหน้าใหม่เข้าถึงโลกของ Blade Runner ได้ง่ายขึ้น เพราะทุกคนจะต้องเรียนรู้กติกาใหม่ของโลกไปพร้อมกับตัวละคร
อีกประเด็นสำคัญคือเรื่องความตายและอายุขัยของเรพลิแคนท์ ซึ่งเป็นธีมที่ Blade Runner ใช้มาตั้งแต่ต้น ในเรื่องนี้ Olwen รู้ตัวดีว่าเธอกำลังอยู่ในช่วงท้ายของชีวิต ทำให้ความกดดันทางอารมณ์ของตัวละครเด่นชัดขึ้น ผู้สร้างชี้ว่าการรู้เวลาตายของตัวเองไม่ได้ทำให้เรื่องง่ายขึ้น ตรงกันข้ามกลับยิ่งเพิ่มน้ำหนักของคำถามว่าเราควรใช้เวลาที่เหลืออย่างไร และการดิ้นรนอยากมีชีวิตต่อไปมีความหมายเพียงใด
ด้านงานภาพและงานออกแบบ โปรเจ็กต์นี้ตั้งใจรักษาเอกลักษณ์สำคัญของ Blade Runner เอาไว้ โดยเฉพาะสปินเนอร์หรือรถบินของตำรวจที่เป็นสัญลักษณ์ของแฟรนไชส์ ทีมงานเลือกออกแบบให้ยิ่งดูหนัก ทรงพลัง และน่าหวาดระแวงกว่าเดิม เพื่อสะท้อนภาพของอำนาจรัฐในโลกที่มนุษย์กลายเป็นฝ่ายถูกไล่ล่า การเข้ามาของยานเหล่านี้จึงควรสร้างความรู้สึกหวาดกลัวทันทีราวกับมีเจ้าหน้าที่บุกเข้ามาในย่านของคุณ
Silka Luisa และ Paul Inglis ยังใช้ประสบการณ์จากการอยู่ในลอสแอนเจลิสจริงมาช่วยสร้างบรรยากาศของโลกอนาคต ทั้งความรู้สึกกดดันจากเสียงเฮลิคอปเตอร์ที่บินอยู่ตลอดเวลา และการนำสิ่งเหล่านี้ไปต่อยอดเป็นเสียงของสปินเนอร์ในซีรีส์ เพื่อให้คนดูสัมผัสได้ถึงสภาวะคล้ายรัฐตำรวจที่คอยเฝ้าระวังอยู่ทุกเมื่อ ในภาพรวม Blade Runner 2099 จึงพยายามทำสองอย่างพร้อมกัน คือรักษาความเป็น Blade Runner แบบดั้งเดิม และขยับแฟรนไชส์ไปข้างหน้าด้วยโครงสร้างอำนาจใหม่ ตัวละครใหม่ และคำถามใหม่เกี่ยวกับอนาคตของมนุษย์และสิ่งมีชีวิตที่มนุษย์สร้างขึ้น


