FCC เตรียมโหวตยกเลิกเพดานถือครองสถานีทีวีของบริษัทใหญ่
คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการสื่อสารกลางสหรัฐฯ หรือ FCC เตรียมลงมติในวันที่ 6 สิงหาคมเกี่ยวกับการยกเลิกกฎเพดานการถือครองสถานีโทรทัศน์ระดับประเทศ ซึ่งปัจจุบันจำกัดไม่ให้บริษัทใดบริษัทหนึ่งครอบครองสถานีออก…

คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการสื่อสารกลางสหรัฐฯ หรือ FCC เตรียมลงมติในวันที่ 6 สิงหาคมเกี่ยวกับการยกเลิกกฎเพดานการถือครองสถานีโทรทัศน์ระดับประเทศ ซึ่งปัจจุบันจำกัดไม่ให้บริษัทใดบริษัทหนึ่งครอบครองสถานีออกอากาศที่เข้าถึงครัวเรือนทีวีในสหรัฐฯ เกิน 39% กฎนี้มีเป้าหมายเพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มทุนรายเดียวครอบงำภูมิทัศน์สื่อ และเพื่อรักษาแรงจูงใจให้สถานีท้องถิ่นทำหน้าที่รับใช้ชุมชนในพื้นที่ของตน
ประเด็นดังกล่าวถูกผลักดันโดย Brendan Carr ประธาน FCC สายรีพับลิกัน ซึ่งระบุผ่านบทความแสดงความคิดเห็นใน Breitbart ว่ากฎเดิมล้าสมัยไปแล้ว เพราะในยุคที่โซเชียลมีเดียและแพลตฟอร์มสตรีมมิงเติบโต บริษัทสื่อระดับชาติสามารถเข้าถึงผู้ชมได้แทบทั้งประเทศโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาคลื่นออกอากาศแบบดั้งเดิม เขาจึงมองว่าข้อจำกัดเรื่องสัดส่วนการถือครองสถานีไม่สอดคล้องกับโครงสร้างตลาดสื่อปัจจุบัน
หาก FCC เดินหน้ายกเลิกเพดานนี้ บริษัทออกอากาศรายใหญ่จะมีโอกาสขยายอำนาจการถือครองสถานีได้มากขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่การควบรวมกิจการและการรวมศูนย์ของตลาดสื่อที่เข้มข้นกว่าเดิม ขณะที่ฝ่ายคัดค้านอาจกังวลว่าการผ่อนคลายกฎจะทำให้เสียงท้องถิ่นอ่อนลง และลดความหลากหลายของเนื้อหาในสื่อกระแสหลัก
กรณีนี้สะท้อนการถกเถียงระหว่างแนวคิดการเปิดเสรีเพื่อให้ธุรกิจปรับตัวตามการแข่งขันใหม่ กับแนวคิดกำกับดูแลเพื่อป้องกันการกระจุกตัวของอำนาจสื่อ แม้ FCC จะอ้างว่าพฤติกรรมผู้ชมเปลี่ยนไปมาก แต่คำถามสำคัญยังอยู่ที่ว่าการเข้าถึงผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลทดแทนบทบาทของโทรทัศน์ออกอากาศในเชิงโครงสร้างสื่อและการรับผิดชอบต่อท้องถิ่นได้จริงหรือไม่


