รีวิว Bucking Fastard: เฮอร์ซ็อกเล่าเรื่องฝาแฝดผู้โดดเดี่ยวในโทนกึ่งเหนือจริง
Bucking Fastard คือผลงานล่าสุดของแวร์เนอร์ แฮร์ซ็อก ที่หยิบเรื่องจริงของฝาแฝดชาวยอร์กเชียร์ Freda และ Greta Chaplin ซึ่งมีพฤติกรรมและการพูดจาเป็นจังหวะเดียวกัน มาแปรเป็นดราม่าเชิงตอน ๆ ว่าด้วย…

Bucking Fastard คือผลงานล่าสุดของแวร์เนอร์ แฮร์ซ็อก ที่หยิบเรื่องจริงของฝาแฝดชาวยอร์กเชียร์ Freda และ Greta Chaplin ซึ่งมีพฤติกรรมและการพูดจาเป็นจังหวะเดียวกัน มาแปรเป็นดราม่าเชิงตอน ๆ ว่าด้วยสองพี่น้องหญิงที่เติบโตแบบแยกขาดจากสังคมและพยายามก้าวเข้าสู่โลกภายนอกเป็นครั้งแรก ภาพยนตร์เรื่องนี้ฉายในเทศกาลหนังเวนิสและยังไม่มีวันเข้าฉายอย่างเป็นทางการ
หัวใจของหนังอยู่ที่การจับคู่แคต มารา และรูนีย์ มารา ในบท Jean กับ Joan Holbrooke ซึ่งแทบไม่สำคัญด้วยซ้ำว่าใครเป็นใคร เพราะตัวละครถูกวางให้ทำงานเป็น “คู่” มากกว่าปัจเจก ตั้งแต่เปิดเรื่องด้วยการขึ้นศาลในไอร์แลนด์จากข้อหาสะกดรอยและคุกคามเพื่อนบ้านผู้มีเสน่ห์อย่าง Mr. Mulroney ที่รับบทโดย Orlando Bloom หนังค่อย ๆ เผยให้เห็นมุมมืดปนขำของความหลงใหลและความเข้าใจโลกอย่างผิดเพี้ยนของพวกเธอ ความสัมพันธ์เชิงเพศและความคิดแบบไร้เดียงสาถูกนำเสนออย่างชัดเจน ทำให้เรื่องมีอารมณ์ก้ำกึ่งระหว่างตลกร้ายกับความน่าเวทนา
ผู้วิจารณ์ชี้ว่าเสน่ห์สำคัญที่สุดของหนังคือเคมีระหว่างสองนักแสดงสาว มาราสองคนสื่อสารกันด้วยบทสนทนาที่ทับซ้อนกัน การสบตา และท่าทางที่เหมือนสะท้อนกัน จนทำให้ความเป็นพี่น้องและความผูกพันแบบพึ่งพากันกลายเป็นแกนของเรื่องได้อย่างน่าเชื่อถือ แฮร์ซ็อร์กไม่ได้ทำสารคดีชีวประวัติ แต่เลือกสร้างตัวละครสมมุติที่ต่อยอดจากความโดดเดี่ยว ความไม่มั่นคง และความรังเกียจตัวเองที่เขาเชื่อว่าอาจอยู่เบื้องหลังชีวิตของฝาแฝดจริง
หนังยังเล่นกับภาพจำของ “ฝาแฝดหญิง” ในวัฒนธรรมสมัยนิยมที่มักถูกทำให้ดูน่ากลัวหรือยั่วยวน ขณะที่ Jean และ Joan ต้องเผชิญสายตาและเจตนาของผู้ชายรอบตัวที่อาจเป็นทั้งคนดีและคนเจ้าเล่ห์พร้อมกัน ความคลุมเครือนี้ทำให้ทุกฉากนอกบ้านเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แม้ตัวละครจะไม่ค่อยรับรู้ถึงอันตรายนั้นก็ตาม
ครึ่งหลังของเรื่องเปลี่ยนบรรยากาศไปสู่ชนบทไอริชที่เขียวชอุ่ม หลังสองพี่น้องแยกไปอยู่ลำพังและพบปะกับญาติผู้ป่วยกับเพื่อนบ้านผู้เฒ่า หนังจึงลดความพิสดารลงและหันมาสำรวจความต้องการพื้นฐานของมนุษย์อย่างการยอมรับ ความอบอุ่น และการได้เป็นส่วนหนึ่งของสังคมมากขึ้น ตำนานท้องถิ่นเกี่ยวกับถ้ำใกล้หมู่บ้านช่วยเติมสีสันเชิงนิทานและเปิดพื้นที่ให้ตัวละครคิดถึงการหลบหนีจากชีวิตเดิม แม้พวกเธอจะยังเข้าใจสิ่งเหล่านั้นได้เพียงครึ่ง ๆ กลาง ๆ
โดยรวม ผู้วิจารณ์มองว่า Bucking Fastard เป็นหนังที่แปลก ละมุน และมีอารมณ์เศร้าแบบค่อยเป็นค่อยไป ภาพและจังหวะการเล่าเรื่องของแฮร์ซ็อกถูกชมว่าให้ทั้งความงามเชิงภาพและความประหลาดแบบเหนือจริง แต่ตอนจบยังไม่ทรงพลังเท่าที่ควร กระนั้น ภาพรวมของงานยังถูกมองว่าน่าสนใจและคุ้มค่า ในฐานะนิทานสำหรับผู้ใหญ่เกี่ยวกับความใฝ่หาการเชื่อมโยงกับผู้อื่น แม้โลกจะไม่ค่อยต้อนรับพวกเขาเลยก็ตาม


