ล็อบบี้เคเบิลเตรียมฟ้อง FCC หลังยกเลิกเพดานถือครองสถานีทีวีทั่วประเทศ
กลุ่มล็อบบี้ของผู้ให้บริการเคเบิลในสหรัฐฯ แจ้งต่อคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการสื่อสารของสหรัฐฯ (FCC) ว่าจะยื่นฟ้องเพื่อขัดขวางคำสั่งล่าสุดที่ยกเลิกกฎ National Television Ownership Rule หรือเพดานการถือครอง…

กลุ่มล็อบบี้ของผู้ให้บริการเคเบิลในสหรัฐฯ แจ้งต่อคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการสื่อสารของสหรัฐฯ (FCC) ว่าจะยื่นฟ้องเพื่อขัดขวางคำสั่งล่าสุดที่ยกเลิกกฎ National Television Ownership Rule หรือเพดานการถือครองสถานีโทรทัศน์ระดับประเทศ ซึ่งเดิมจำกัดจำนวนสถานีออกอากาศที่บริษัทเดียวสามารถครอบครองได้
ฝั่งผู้คัดค้านมองว่าการยกเลิกกฎนี้จะเปิดทางให้กลุ่มสถานีโทรทัศน์รายใหญ่มีอำนาจต่อรองมากขึ้นในการเรียกเก็บค่า retransmission fees จากผู้ให้บริการทีวี ซึ่งท้ายที่สุดอาจผลักภาระไปยังผู้บริโภคในรูปของบิลทีวีรายเดือนที่แพงขึ้น พวกเขาให้เหตุผลว่า FCC ตัดสินใจโดยไม่รับฟังผลเสียที่จะเกิดขึ้นอย่างเพียงพอ และละเลยผลกระทบเชิงลบที่คาดว่าจะตามมาหากปล่อยให้สถานีโทรทัศน์รายใหญ่ขยายการถือครองเกินเพดานเดิม
กลุ่มที่ประกาศจะฟ้องร้องนี้เป็นตัวแทนของบริษัทเคเบิลรายใหญ่ เช่น Comcast และ Charter รวมถึงผู้ให้บริการรายอื่น ๆ ซึ่งสะท้อนความกังวลของอุตสาหกรรมฝั่งกระจายสัญญาณและแพ็กเกจทีวีต่อแนวโน้มการรวมศูนย์อำนาจในตลาดสื่อ ขณะเดียวกัน บริบทของข่าวยังชี้ให้เห็นว่าบริษัทเคเบิลเองก็ขยายตัวผ่านการควบรวมกิจการเช่นกัน โดย Charter เพิ่งปิดดีลซื้อ Cox หลังจากที่ FCC ปัดตกคำคัดค้านจากกลุ่มสิทธิและผู้สนับสนุนผู้บริโภคที่เตือนว่าดีลดังกล่าวจะเพิ่มอำนาจของยักษ์ใหญ่เคเบิลและทำให้การขึ้นราคาทำได้ง่ายขึ้น
ประเด็นนี้จึงไม่ใช่เพียงข้อพิพาทด้านกฎระเบียบระหว่างเคเบิลกับผู้ประกอบการสถานีโทรทัศน์ แต่ยังสะท้อนการต่อสู้เรื่องอำนาจต่อรอง ความเข้มข้นของตลาด และต้นทุนที่อาจตกกับผู้ชมปลายทาง หากศาลรับคำฟ้อง คำตัดสินอาจมีผลต่อทิศทางการกำกับดูแลสื่อออกอากาศและโครงสร้างการแข่งขันในตลาดทีวีของสหรัฐฯ ในวงกว้าง


