Capcom เผยอนาคต Resident Evil หลังรีเมกตามไม่ทันเกมหลัก
ในโอกาสครบรอบ 30 ปีของซีรีส์ Resident Evil คุณ Jun Takeuchi โปรดิวเซอร์บริหารของ Capcom อธิบายทิศทางของแฟรนไชส์ว่า ปัจจุบันบริษัทกำลังเดินเกมอยู่ 2 แนวทางควบคู่กัน คือภาคเลขหลักที่เล่าเรื่องต่อเนื่อง…

ในโอกาสครบรอบ 30 ปีของซีรีส์ Resident Evil คุณ Jun Takeuchi โปรดิวเซอร์บริหารของ Capcom อธิบายทิศทางของแฟรนไชส์ว่า ปัจจุบันบริษัทกำลังเดินเกมอยู่ 2 แนวทางควบคู่กัน คือภาคเลขหลักที่เล่าเรื่องต่อเนื่องในปัจจุบัน และสายรีเมกที่พาผู้เล่นย้อนกลับไปสัมผัสเหตุการณ์ในอดีต แนวทางนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะ Capcom เริ่มโปรเจ็กต์รีเมกใหญ่ตั้งแต่ Resident Evil 2 และต่อด้วย Resident Evil 3 กับ Resident Evil 4 ก่อนจะมี Code: Veronica เป็นเป้าหมายถัดไป
Takeuchi บอกเป็นนัยว่า Capcom วางแผนระยะยาวไว้แล้ว เพราะสุดท้ายรีเมกจะค่อย ๆ ไล่ทันไทม์ไลน์ของภาคหลัก ซึ่งบริษัทเริ่มเตรียมรับสถานการณ์นี้มาตั้งแต่ช่วง Resident Evil Village โดยมีการใส่องค์ประกอบอย่างชื่อ Umbrella, Spencer และการกลับไปใช้ Raccoon City ใน Requiem เพื่อเชื่อมโยงไปสู่การ “ครอสโอเวอร์” ระหว่างเส้นเรื่องเก่าและใหม่ เขายังมองว่า Resident Evil 7 คือจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะเป็นช่วงที่ทีมเริ่มทดลองวางรากฐานเชิงเรื่องราวแบบนี้อย่างจริงจัง และต่อมาก็ขยายผลใน Village กับ Requiem เมื่อเห็นว่าผู้เล่นตอบรับดีกว่าที่คาดไว้
บทความของ PC Gamer มองต่อไปว่า หาก Capcom เดินหน้ารีเมกเกมเก่าจนหมดจริง รายชื่อเกมที่อาจกลับมาใหม่ก็คงหนีไม่พ้นภาคต้นยุคอย่าง Resident Evil 0, ภาครีเมกต้นฉบับ, Revelations และ Revelations 2 รวมถึงสองภาคใหญ่ที่ถูกจับตามองมากที่สุดอย่าง Resident Evil 5 และ Resident Evil 6 ซึ่งผู้เขียนเห็นว่าเป็นงานที่ท้าทายมากและอาจต้องปรับโครงสร้างอย่างหนักหากจะทำให้ “ดีขึ้น” ในแบบรีเมก
ประเด็นสำคัญของข่าวนี้จึงไม่ใช่แค่การคาดเดาเกมรีเมกชุดต่อไป แต่สะท้อนว่า Capcom กำลังบริหารแบรนด์ Resident Evil แบบยาวเป็นพิเศษ โดยใช้รีเมกช่วยรักษากระแสและดึงผู้เล่นรุ่นใหม่ ขณะเดียวกันก็พยายามปูทางให้ภาคหลักเดินไปข้างหน้าด้วยเนื้อเรื่องและตัวละครชุดใหม่มากขึ้น แม้จะยังไม่มีรายละเอียดชัดเจนว่า “หลังจากรีเมกไล่ตามทันแล้ว” ซีรีส์จะไปทางไหน แต่คำพูดของ Takeuchi ชี้ว่าบริษัทคิดเรื่องนี้ไว้ล่วงหน้าแล้ว และกำลังสร้างทางเชื่อมไว้ตั้งแต่ตอนนี้


