Castlevania ภาคใหม่กลับมาพร้อมจังหวะเร็ว ระบบเล่นลื่น และแส้ที่โดดเด่น
PC Gamer รายงานความประทับใจจากการลองเล่นช่วงต้นของ Castlevania: Belmont’s Curse ผลงานใหม่จาก Evil Empire ร่วมกับ Konami ซึ่งนับเป็นเกม Castlevania ภาคใหม่ครั้งแรกในรอบราว 12 ปี บรรยากาศโดยรวมถูกมองว่า…

PC Gamer รายงานความประทับใจจากการลองเล่นช่วงต้นของ Castlevania: Belmont’s Curse ผลงานใหม่จาก Evil Empire ร่วมกับ Konami ซึ่งนับเป็นเกม Castlevania ภาคใหม่ครั้งแรกในรอบราว 12 ปี บรรยากาศโดยรวมถูกมองว่าเป็นการ “คืนชีพ” ให้ซีรีส์กลับมาสู่ความเป็นเมโทรอิเดเวเนียแบบยุค Symphony of the Night ได้อย่างน่าพอใจ แม้ผู้พัฒนาจะยอมรับว่าการทำเกมนี้เต็มไปด้วยแรงกดดัน แต่ก็สะท้อนความตื่นเต้นที่ได้สานต่อแบรนด์คลาสสิกระดับตำนาน
ตัวเกมพาผู้เล่นไปรับบท Rose Belmont ลูกสาวของ Trevor Belmont ในฉากหลังเป็นกรุงปารีสที่ถูกความมืดเข้าครอบงำ เนื้อหาที่เล่นได้ในช่วงแรกให้ภาพว่าเกมยังคงเอกลักษณ์สยองแฟนตาซีของ Castlevania ไว้ครบ ทั้งศัตรูแนวโกธิก บอสที่โจมตีหนักและลงโทษความผิดพลาดได้รุนแรง รวมถึงการไล่ล่าของศัตรูที่สร้างแรงกดดันตลอดการสำรวจ
จุดเด่นที่ถูกย้ำมากที่สุดคือความลื่นไหลของการควบคุมและความเป็นมิตรต่อผู้เล่นมากขึ้นกว่าภาคคลาสสิก เกมเปิดให้ใช้สกิลพื้นฐานอย่างการสไลด์และวอลล์จัมพ์ตั้งแต่ต้น มีไอเทมฟื้นพลังค่อนข้างพอเหมาะ และออกแบบแผนที่ให้สำรวจได้สนุกโดยไม่พึ่งเครื่องหมายชี้ทางชัดเจน ผู้เล่นต้องอ่านแผนที่ เชื่อมทางเอง และอาศัยเบาะแสจากวิญญาณเพื่อหาทางไปต่อ ซึ่งช่วยคงเสน่ห์ของการค้นหาเส้นทางแบบเมโทรอิเดเวเนียเอาไว้
อาวุธประจำซีรีส์อย่างแส้ถูกยกระดับให้เป็นทั้งเครื่องมือการต่อสู้และการเคลื่อนที่ ผู้เล่นสามารถใช้มันเหวี่ยงข้ามช่องว่าง ดึงตัวเข้าหาศัตรู และต่อคอมโบการเคลื่อนที่กลางอากาศได้อย่างต่อเนื่อง ทีมพัฒนาตั้งใจให้การเคลื่อนไหวมีความ “เหมือนการเต้น” และผลลัพธ์ที่ได้คือระบบที่ดูคล่องตัวมากกว่าที่เคยเป็นมา นอกจากนี้เกมยังทยอยมอบอาวุธและเวทมนตร์ใหม่ ๆ พร้อมเงื่อนไขอัปเกรดและเครื่องรางที่กระตุ้นให้ลองสไตล์การเล่นหลากหลาย
อย่างไรก็ตาม ผู้รีวิวมองว่าแม้เกมจะทำได้ดีมากในฐานะเมโทรอิเดเวเนียรุ่นใหม่ แต่การแข่งขันในยุคปัจจุบันก็สูงมาก หลังจากแนวนี้ผ่านการฟื้นคืนชีพหลายรอบแล้ว ทำให้ระบบต่อสู้บางส่วนยังไม่โดดเด่นเท่าคู่แข่งอย่าง Nine Sols หรือ Prince of Persia: The Lost Crown ในแง่ความแปลกใหม่หรือความเฉียบคมของการปะทะ แม้กระนั้น สิ่งที่ Castlevania ภาคนี้ทำได้คือการพาผู้เล่นกลับไปสัมผัสรสชาติเดิมที่คุ้นเคยอย่างมั่นใจและไม่มีอาการหลุดโทน
โดยสรุป จากการเล่นราวสามชั่วโมง Belmont’s Curse ถูกประเมินว่าเป็นเกมเมโทรอิเดเวเนียที่ดีมากและมีศักยภาพจะกลายเป็นเกมที่ยอดเยี่ยม หาก Evil Empire ยังมีลูกเล่นใหม่ ๆ ซ่อนอยู่ในช่วงท้าย เกมนี้จึงถูกมองทั้งในฐานะการคารวะซีรีส์เก่าอย่างเคารพ และเป็นสัญญาณว่า Castlevania อาจกลับมายืนได้อย่างแข็งแรงอีกครั้งในตลาดเกมแอ็กชัน 2D สมัยใหม่


