รีวิว Colony: ไอเดียไวรัสฝูงร่างสุดแหวก แต่บทไม่สุดทาง
Colony ของผู้กำกับยอน ซังโฮ วางตัวเป็นหนังซอมบี้แนวใหม่ที่พยายามต่อยอดจากความสำเร็จของ Train to Busan แต่บทวิจารณ์มองว่าผลงานเรื่องนี้ยังไปไม่ถึงจุดนั้น แม้จะมีไอเดียตั้งต้นที่น่าสนใจและภาพรวมของการ…

Colony ของผู้กำกับยอน ซังโฮ วางตัวเป็นหนังซอมบี้แนวใหม่ที่พยายามต่อยอดจากความสำเร็จของ Train to Busan แต่บทวิจารณ์มองว่าผลงานเรื่องนี้ยังไปไม่ถึงจุดนั้น แม้จะมีไอเดียตั้งต้นที่น่าสนใจและภาพรวมของการเล่าเรื่องที่ยังพอสนุกในฐานะหนังเอาตัวรอดความเสี่ยงต่ำก็ตาม
จุดเด่นของเรื่องอยู่ที่การออกแบบ “เชื้อ” ที่ไม่ใช่ไวรัสธรรมดา แต่เป็นเชื้อชีวภาพจากราเมือกซึ่งสร้างลักษณะคล้ายฮิวมินด์หรือสิ่งมีชีวิตรวมหมู่ ผู้ร้ายหลักอย่างนักวิทยาศาสตร์ผู้หมกมุ่นเชื่อว่าความทุกข์ของมนุษย์เกิดจากการสื่อสารที่ผิดพลาด จึงต้องการรวมผู้คนให้เป็นจิตสำนึกร่วมหนึ่งเดียว แนวคิดนี้เปิดทางให้ตีความได้หลายมุม ทั้งเรื่อง AI สังคมที่ขับเคลื่อนด้วยอัลกอริทึม หรือความขัดแย้งระหว่างปัจเจกกับส่วนรวม แต่บทกลับไม่ขุดลึกพอ ทำให้ประเด็นเชิงสังคมที่ควรคมกลายเป็นเพียงแนวคิดกว้าง ๆ ที่เล่าแบบไม่สม่ำเสมอ
ในด้านตัวละคร หนังมีทีมนักแสดงชื่อดังช่วยพยุงงานได้พอสมควร จอนจีฮยอนรับบทศาสตราจารย์ด้านไบโอเทคที่มีความเด็ดขาดและเป็นแกนของกลุ่มผู้รอดชีวิต ขณะที่จีชางอุคและคิมชินรกช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับทีม โดยเฉพาะความสัมพันธ์พี่น้องของตัวละครหลังที่ถูกมองว่าเป็นเส้นอารมณ์ที่ต่อเนื่องและได้ผลที่สุดของเรื่อง อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์อื่น ๆ เช่น ปมระหว่างนางเอกกับภรรยาใหม่ของอดีตสามี ถูกแตะเพียงผิวเผิน จนพลาดโอกาสสร้างมิติทางอารมณ์ให้มากขึ้น
สิ่งที่หนังทำได้ดีกว่าบทคือการกำกับฉากแอ็กชันและความเคลื่อนไหวของฝูงคนติดเชื้อ ยอน ซังโฮคุมจังหวะให้ตื่นเต้น ต่อเนื่อง และอ่านภาพได้ง่าย ฉากไล่ล่าในห้างและฉากหลบหนีจากพื้นที่ทดลองที่เต็มไปด้วยลิงติดเชื้อถูกยกให้เป็นตัวอย่างของความอลหม่านที่ดูสนุกและกดดันไปพร้อมกัน การออกแบบท่าทางของผู้ติดเชื้อที่บิดเบี้ยวและเคลื่อนไหวแบบไร้มนุษยธรรมยังช่วยเพิ่มความหลอนให้กับหนังอย่างเห็นได้ชัด
บทสรุปของรีวิวคือ Colony ไม่ได้ล้มเหลวแบบสิ้นเชิง แต่ก็ไม่สามารถก้าวข้ามเงาของ Train to Busan ได้ แม้หนังจะมีคอนเซปต์ที่สดและทีมนักแสดงที่มีเสน่ห์ รวมถึงงานกำกับที่เอาตัวรอดได้ดี แต่ด้วยบทที่ไม่ค่อยลงลึกและใช้ศักยภาพของไอเดียไม่เต็มที่ ผลลัพธ์จึงออกมาเป็นหนังซอมบี้ระดับ “ดูเพลิน” มากกว่าผลงานที่น่าจดจำในระยะยาว


