Comcast แยกตัวจาก NBCUniversal ยุติฝัน “คอนเทนต์บวกเครือข่าย”
Comcast ประกาศแผนแยกธุรกิจออกเป็นสองบริษัทหลัก คือฝั่งบรอดแบนด์และฝั่งสื่อบันเทิง NBCUniversal ถือเป็นการถอยออกจากยุทธศาสตร์ “content plus pipes” ที่อุตสาหกรรมโทรคมนาคมและสื่อลองเดิมพันกันมานานหลายปี…

Comcast ประกาศแผนแยกธุรกิจออกเป็นสองบริษัทหลัก คือฝั่งบรอดแบนด์และฝั่งสื่อบันเทิง NBCUniversal ถือเป็นการถอยออกจากยุทธศาสตร์ “content plus pipes” ที่อุตสาหกรรมโทรคมนาคมและสื่อลองเดิมพันกันมานานหลายปี แนวคิดนี้เชื่อว่าการมีทั้งคอนเทนต์และโครงข่ายส่งสัญญาณอยู่ในมือเดียวกันจะสร้างอำนาจต่อรองและผลประโยชน์เชิงธุรกิจ แต่ในทางปฏิบัติกลับพิสูจน์แล้วว่ายากจะทำให้คุ้มค่า
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลัง Comcast เพิ่งแยกสินทรัพย์เคเบิลบางส่วน เช่น CNBC และ MSNBC ไปอยู่ในบริษัทใหม่ชื่อ Versant เมื่อต้นปี ทำให้การปรับโครงสร้างรอบล่าสุดดูเหมือนเป็นขั้นตอนต่อเนื่องของการลดขนาดธุรกิจสื่อที่กำลังเสื่อมความสำคัญและเพิ่มการโฟกัสไปที่ธุรกิจหลักที่ยังสร้างรายได้มั่นคงกว่า อย่างบรอดแบนด์และการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
ฝั่ง NBCUniversal ที่จะถูกแยกออกไปจะรวมสินทรัพย์สำคัญทั้งเครือข่าย NBC, Bravo, บริการสตรีมมิง Peacock, ธุรกิจสวนสนุก Universal Studios และสตูดิโอภาพยนตร์/ทีวีของ Universal นั่นหมายความว่าบริษัทใหม่นี้ยังคงมีทั้งธุรกิจทีวีแบบเดิม สตรีมมิง และทรัพย์สินด้านความบันเทิงขนาดใหญ่ แต่จะถูกบริหารแยกจากธุรกิจเน็ตเวิร์กและบรอดแบนด์ของ Comcast โดยตรง
บทสนทนาในต้นทางชี้ว่า การแยกบริษัทครั้งนี้สะท้อนการยอมรับว่าการรวมสื่อกับโครงข่ายไม่ได้สร้างข้อได้เปรียบตามที่เคยคาดหวังไว้ โดยเฉพาะในยุคที่ผู้ชมและผู้ให้บริการคอนเทนต์รายใหญ่มีอำนาจต่อรองสูงขึ้น เช่น Netflix ที่กลายเป็นแพลตฟอร์มสำคัญจนไม่ต้องพึ่งการควบคุมจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเหมือนเดิม
อีกประเด็นสำคัญคือคำถามเรื่องกฎ net neutrality ซึ่งกำหนดให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตต้องปฏิบัติต่อทราฟฟิกทุกประเภทอย่างเท่าเทียมกัน ทำให้โมเดลที่หวังใช้โครงข่ายเพื่อเอื้อประโยชน์ให้บริการคอนเทนต์ของตัวเอง เช่น Peacock หรือบริการอื่น ๆ ทำได้ยากกว่าที่ค่ายสื่อและโทรคมนาคมบางแห่งเคยจินตนาการไว้
ภาพรวมแล้ว การแยก Comcast ออกจาก NBCUniversal ถูกมองว่าเป็นทั้งการปรับโครงสร้างทางการเงินเพื่อเพิ่มมูลค่าบริษัทและเป็นสัญญาณเชิงยุทธศาสตร์ว่าอุตสาหกรรมสื่อกำลังเข้าสู่ช่วง “unbundling” หรือการสลายตัวของกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ หลังจากการควบรวมหลายรอบในอดีตไม่ได้ให้ผลลัพธ์ตามที่หวังไว้ และบริษัทต่าง ๆ อาจต้องหาทางโตด้วยโมเดลที่เล็กลง คล่องตัวขึ้น และชัดเจนยิ่งขึ้น


