รีวิว Control Resonant: รีบูตโทนใหม่ของซีรีส์ Control ที่กล้าต่างแต่ยังมีจุดสะดุด
Control Resonant คือการขยับทิศทางครั้งสำคัญของ Remedy จากเกมแอ็กชันกึ่งเมทรอยด์เวเนียในภาคก่อน ไปสู่เกมแอ็กชันโอเพนเวิลด์ที่เน้นการต่อสู้ระยะประชิดและเล่าเรื่องตรงไปตรงมามากขึ้น ตัวเกมยังคงยึดแกนความ…

Control Resonant คือการขยับทิศทางครั้งสำคัญของ Remedy จากเกมแอ็กชันกึ่งเมทรอยด์เวเนียในภาคก่อน ไปสู่เกมแอ็กชันโอเพนเวิลด์ที่เน้นการต่อสู้ระยะประชิดและเล่าเรื่องตรงไปตรงมามากขึ้น ตัวเกมยังคงยึดแกนความพิศวงเหนือธรรมชาติแบบเดียวกับ Control เดิม ทั้งปรากฏการณ์ประหลาด หน่วยงานลับ และภัยคุกคามข้ามมิติ แต่คราวนี้เลือกเล่าเรื่องผ่านมุมมองของ Dylan Faden น้องชายของ Jesse เพื่อขยายปมครอบครัว บาดแผลจากการทดลองของหน่วยงาน และผลกระทบของโลกที่พังทลายลงรอบตัวเขา แทนที่จะเน้นปริศนาซับซ้อนเป็นหลัก
บทวิจารณ์มองว่าเรื่องราวของภาคนี้ให้ความรู้สึก “ยืนอยู่บนพื้นจริง” มากกว่าเดิม เพราะความลี้ลับถูกใช้เป็นฉากหลังของการสำรวจตัวละครและสภาพชีวิตหลังหายนะ Dylan ถูกวางให้เป็นคนที่ถูกปฏิบัติเหมือนไม่ใช่มนุษย์ ถูกควบคุมด้วยอุปกรณ์บังคับ และยังต้องหาทางตามหา Jesse ที่หายไปนานหลายปี ทำให้เนื้อเรื่องมีมิติด้านอารมณ์มากกว่าเดิม แม้รายละเอียดของจักรวาลอย่าง Hiss หรือ AWEs จะถูกขยายเพิ่ม แต่แก่นสำคัญคือคำถามว่าเราจะเอาตัวรอดอย่างไรเมื่อโลกและตัวตนพังทลายไปแล้ว
ในเชิงระบบเล่นเกม ภาคนี้ทิ้งอาวุธปืนทรงอัลเทอร์เนทีฟของ Jesse แล้วหันไปให้ Dylan ใช้อาวุธประชิดชื่อ Aberrant ซึ่งเปลี่ยนรูปได้ตามคอมโบและประเภทการโจมตี ไม่ว่าจะเป็นดาบ เคียว ค้อน หรือสว่าน การเปลี่ยนรูปเกิดขึ้นอัตโนมัติตามจังหวะการเล่น ทำให้การต่อสู้มีความลื่นและตอบสนองฉับไวแบบเกมสไตล์ Devil May Cry หรือ Bayonetta พร้อมระบบแดชและแอร์แดชที่ช่วยให้คอมโบต่อเนื่องได้ดี จุดนี้ถูกชมว่าทำให้เกมมีความยืดหยุ่นสูงและเปิดทางให้ผู้เล่นปรับสไตล์ได้พอสมควรผ่านสกิลและอัปเกรดอาวุธ
อย่างไรก็ตาม ความยากของเกมถูกมองว่าโหดในช่วงต้นเพราะผู้เล่นยังมีเครื่องมือไม่มาก ศัตรูโจมตีรุนแรงและรุมต่อเนื่องจนหลายฉากกลายเป็นเกมบริหารความโกลาหลมากกว่าการโจมตีแบบแม่นยำ ระบบพัฒนาแบบ RPG ช่วยบรรเทาปัญหานี้ได้พอสมควร โดยมีทั้งสกิลเสริมและอัปเกรดอาวุธที่ส่งผลชัดเจน เช่น ความสามารถเรียกมินเนียนแล้วโยนเหมือนระเบิดเพื่อสร้างความเสียหายแบบ stagger หรือพลัง Ignite ที่ทำให้โจมตีติดไฟจนศัตรูละลายเร็วขึ้น เมื่อผู้เล่นปลดความสามารถเหล่านี้ได้ เกมจะเอนไปทางความรู้สึก “ลุยแหลก” มากขึ้นและสนุกขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ระบบต่อสู้ถูกออกแบบมาให้รุกมากกว่ารับ เพราะการสังหารศัตรูจะดรอปพลังชีวิต และการโจมตีประชิดจะเติมเกจพลังสำหรับใช้สกิลพิเศษด้วย ดังนั้นการบุกจัดการศัตรูตัวใหญ่ให้เร็วที่สุดมักคุ้มกว่าการไล่กวาดฝูงลูกกระจ๊อกทั้งหมด ศัตรูเล็กในสนามจึงทำหน้าที่เป็นทั้งอุปสรรคและแหล่งฟื้นฟูถ้าผู้เล่นคุมจังหวะคอมโบได้ดี แนวคิดนี้ทำให้เกมสนับสนุนการเล่นเชิงรุกอย่างแท้จริง แม้บางช่วงจะรู้สึกซ้ำหรือเสียจังหวะเพราะความวุ่นวายของสนามรบก็ตาม
ด้านบอสและฉากต่อสู้สำคัญมีทั้งจุดเด่นและจุดอ่อน บอสหลายตัวออกแบบมาให้เข้ากับบรรยากาศเหนือจริงของ Control ได้ดีและดูน่ากดดัน แต่บทวิจารณ์ชี้ว่าประมาณครึ่งหนึ่งของบอสกลับกลายเป็นศึกยืดเยื้อที่เน้นตีลดหลอดพลังมากกว่าทดสอบทักษะอย่างสร้างสรรค์ ในช่วงท้ายยังมีบอสที่พึ่งพาการต่อสู้อากาศและศัตรูที่เคลื่อนที่ไวเกินกว่าระบบล็อกเป้าหมายจะรองรับได้ดี ส่งผลให้การต่อสู้บางฉากเสียความลื่นไหลและน่าหงุดหงิด
โดยรวมแล้ว รีวิวมองว่า Control Resonant เป็นความพยายามครั้งแรกที่น่าชื่นชมของ Remedy ในเกมแอ็กชันสไตล์นี้ เพราะโครงสร้างพื้นฐานแข็งแรง มีไอเดียดี และมีช่วงที่เล่นแล้วรู้สึกสะใจมาก แม้จะยังไม่คมกริบในด้านการออกแบบการต่อสู้และความสมดุลของบอส แต่ความกล้าที่จะเปลี่ยนทิศทางและยังคงเอกลักษณ์ของโลก Control เอาไว้ ทำให้เกมถูกมองว่าเป็นงานที่ทะเยอทะยานและมีเสน่ห์พอจะยืนได้ด้วยตัวเอง


