พรีวิว Crazy Taxi: World Tour ยังสนุกแบบต้นตำรับ แต่โลกในเกมยังไม่ค่อยสมชื่อทัวร์โลก
Crazy Taxi: World Tour กลับมาให้สัมผัสกันอีกครั้งในงาน Gamescom พร้อมย้ำเสน่ห์ดั้งเดิมของซีรีส์ที่แฟนๆ คุ้นเคย ทั้งจังหวะขับรถที่เร็ว ดนตรีพังก์ร็อกสุดคุ้นหู และความวุ่นวายแบบอาร์เคดที่ทำให้เกมภาคเก่า…

Crazy Taxi: World Tour กลับมาให้สัมผัสกันอีกครั้งในงาน Gamescom พร้อมย้ำเสน่ห์ดั้งเดิมของซีรีส์ที่แฟนๆ คุ้นเคย ทั้งจังหวะขับรถที่เร็ว ดนตรีพังก์ร็อกสุดคุ้นหู และความวุ่นวายแบบอาร์เคดที่ทำให้เกมภาคเก่ายังคงเป็นที่จดจำ แม้จะห่างหายจากภาคใหม่ไปนานมาก แต่จากเดโมที่ได้ลองเล่น เกมยังรักษาความเป็น Crazy Taxi ได้ค่อนข้างดี และให้ความรู้สึกว่าแก่นหลักยังอยู่ครบ
ในเดโมรอบนี้ผู้เล่นได้ลองฉากใหม่ที่เป็นประเทศเยอรมนี ซึ่งแบ่งเป็นหลายโซน เช่น สนามบิน เมือง กำแพงเมือง ภูเขา และทางออโตบาห์นที่เชื่อมพื้นที่ต่างๆ เข้าด้วยกัน จุดเริ่มต้นที่สนามบินช่วยให้คุ้นกับการควบคุมและฝึกซ้อมการดริฟต์หรือเร่งสปีด ส่วนเส้นทางต่างๆ ก็ยังมีทางลัดและจังหวะให้เล่นแบบเกมแข่งรถอาร์เคดเต็มตัว
ผู้เขียนชื่นชมว่าการควบคุมรถทำได้ดีมาก ทั้งการเลี้ยวแคบ การพุ่งออกจากทางลาด และการเบรกตามจังหวะ ทั้งหมดให้ฟีลใกล้เคียง Crazy Taxi ที่หลายคนจำได้จากยุค Dreamcast โดยเฉพาะเมื่อเพลงของ The Offspring ดังขึ้นมา ก็ยิ่งดึงบรรยากาศย้อนกลับไปสู่ต้นยุค 2000 ได้ทันที เกมดูเข้าใจดีว่าดนตรีเป็นส่วนสำคัญของเอกลักษณ์ซีรีส์นี้
นอกจากการรับผู้โดยสารแล้ว ยังมีมินิเกมและงานย่อยให้ลอง เช่น ภารกิจเก็บเศษกระดาษด้วยตัวดูด หรือการพุ่งคนในชุดวิงสูทเพื่อทำระยะให้ไกลที่สุด ซึ่งช่วยเปลี่ยนจังหวะจากการขับรับส่งคนแบบเดิม แม้บางช่วงของเดโมจะเกิดอาการเกมล่ม แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่พอเข้าใจได้สำหรับบิลด์ก่อนวางจำหน่าย
อย่างไรก็ตาม จุดที่ยังน่ากังวลคือความ “เป็นโลก” ของ Crazy Taxi: World Tour ที่ยังดูไม่เด่นพอ ผู้เขียนมองว่าสภาพแวดล้อมและรถ NPC ค่อนข้างทั่วไป รายละเอียดของผู้โดยสารและยานพาหนะอื่นๆ ยังไม่ค่อยมีเอกลักษณ์ และหลายส่วนให้ความรู้สึกเหมือนฉากยุโรปแบบกว้างๆ มากกว่าจะสื่อถึงเยอรมนีอย่างชัดเจน การออกแบบระดับจึงยังไม่ช่วยให้ชื่อ “World Tour” รู้สึกสมบูรณ์เท่าที่ควร
อีกประเด็นคือระบบเปลี่ยนช่วงเวลาของวัน แม้จะช่วยให้ภาพบรรยากาศสวยขึ้น แต่จากที่ได้ลองยังไม่เห็นผลต่อเกมเพลย์มากนัก ไม่ว่าจะเป็นจำนวนผู้โดยสาร การจราจร หรือภารกิจที่เกิดขึ้น ผู้เขียนหวังว่าเวอร์ชันเต็มจะใช้จังหวะของกลางวันกลางคืนให้มีผลกับการเล่นมากกว่านี้
โดยรวมแล้ว พรีวิวนี้สะท้อนว่า Crazy Taxi: World Tour ยังมีฐานเกมเพลย์ที่แข็งแรงและสนุกแบบอาร์เคดจริงๆ เป็นเกมที่หยิบมาเล่นแล้วเพลินได้ง่าย แต่ในแง่การนำเสนอฉากและรายละเอียดของแต่ละประเทศ ยังต้องพัฒนาอีกพอสมควร หาก Sega ทำให้แต่ละพื้นที่มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและภาพจำมากขึ้น เกมก็มีโอกาสจะคืนชีพความสำเร็จของซีรีส์ได้อย่างน่าสนใจ


