MIT ชี้องค์กรใช้ AI กันแพร่หลาย แต่ยังขาด “บริบท” ที่ทำให้เกิดคุณค่าจริง
รายงานของ MIT Technology Review Insights ชี้ว่าองค์กรจำนวนมากเริ่มใช้งาน AI แล้ว แต่ส่วนใหญ่ยังไม่สามารถเปลี่ยนการใช้งานเหล่านั้นให้เป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงได้จริง แม้ทุกองค์กรที่สำรวจจะมี…
รายงานของ MIT Technology Review Insights ชี้ว่าองค์กรจำนวนมากเริ่มใช้งาน AI แล้ว แต่ส่วนใหญ่ยังไม่สามารถเปลี่ยนการใช้งานเหล่านั้นให้เป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงได้จริง แม้ทุกองค์กรที่สำรวจจะมีการใช้ AI ในระดับใดระดับหนึ่ง แต่มีเพียง 16% เท่านั้นที่บอกว่ากำลังได้รับคุณค่าเชิงพลิกเกมจากการลงทุนด้านนี้ ขณะที่กลุ่มใหญ่ที่สุด 40% เห็นผลลัพธ์เพียงระดับปานกลางในบางงานหรือบางทีม ส่วนอีก 23% มองว่าได้ผลตอบแทนน้อยมากหรือแทบไม่เห็นผลเลย
รายงานระบุว่า การใช้งาน AI ในองค์กรยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นเป็นส่วนใหญ่ โดย 38% ของผู้ตอบแบบสอบถามบอกว่ายังอยู่ระหว่างการทดลองใช้ และ 35% ใช้ AI ในบทบาทช่วยงานพนักงาน เช่น ผู้ช่วยอัจฉริยะหรือแชตบอต มากกว่าจะปล่อยให้ AI ทำงานหลักแทนมนุษย์โดยตรง มีเพียง 12% ที่นำ AI agents ไปใช้งานจริงในกระบวนการทำงาน และมีแค่ 3% ที่ใช้ AI ทำงานส่วนใหญ่ในกระบวนการสำคัญของธุรกิจ
ประเด็นสำคัญที่รายงานพยายามอธิบายคือ ช่องว่างระหว่างความสามารถของโมเดล AI กับความสามารถในการใช้งานจริงในบริบทขององค์กร หลายบริษัทมีเครื่องมือ AI ที่ล้ำสมัย แต่เมื่อเอาไปใช้งานกลับให้ผลลัพธ์คลาดเคลื่อน สับสน หรือไม่เข้าใจความต้องการเฉพาะของธุรกิจ จึงทำให้ยากต่อการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนด้าน AI ให้คุ้มค่า
Prukalpa Sankar ผู้ร่วมก่อตั้ง Atlan ให้ความเห็นว่า ปัญหาหลักไม่ใช่การขาดโมเดลที่ฉลาด แต่เป็นการขาดชั้นข้อมูลหรือ “context layer” ที่เชื่อมระหว่างระบบธุรกิจขององค์กรกับแพลตฟอร์ม AI ชั้นนี้ทำหน้าที่แปลงข้อมูลและความรู้ขององค์กรให้กลายเป็นบริบทที่เครื่องสามารถใช้ได้อย่างมีธรรมาภิบาล ช่วยให้ AI เข้าใจว่าอะไรสำคัญในแต่ละกระบวนการ และทำให้ความรู้สะสมต่อยอดได้แทนที่จะกระจัดกระจาย
รายงานจึงสรุปนัยสำคัญว่า หากองค์กรต้องการเห็นผลลัพธ์จาก AI มากกว่าการทดลองหรือการใช้เป็นผู้ช่วยงานทั่วไป การลงทุนไม่ได้จบที่การเลือกโมเดลหรือเครื่องมือที่เก่งที่สุด แต่ต้องมีโครงสร้างข้อมูล การกำกับดูแล และบริบทของธุรกิจที่ชัดเจนรองรับด้วย มิฉะนั้น AI ก็อาจเก่งในเชิงเทคนิค แต่ยังไม่ “เข้าใจองค์กร” พอที่จะสร้างมูลค่าทางธุรกิจได้จริง

