Creative Assembly ชี้ปัญหา Shogun 2 Remaster ไม่ได้พัฒนาหลักโดยทีมของตน
กระแสคาดหวังต่อ Total War: Shogun 2 Remaster กลายเป็นเสียงวิจารณ์อย่างหนักหลังเกมวางจำหน่ายแล้วพบว่ามีปัญหาหลายด้านจน Sega ต้องถอดออกจากหน้าร้านค้าเพียงไม่กี่วันต่อมา ล่าสุด Roger Collum รองประธานฝ่าย…

กระแสคาดหวังต่อ Total War: Shogun 2 Remaster กลายเป็นเสียงวิจารณ์อย่างหนักหลังเกมวางจำหน่ายแล้วพบว่ามีปัญหาหลายด้านจน Sega ต้องถอดออกจากหน้าร้านค้าเพียงไม่กี่วันต่อมา ล่าสุด Roger Collum รองประธานฝ่าย Total War ของ Creative Assembly ออกมาอธิบายผ่านชุมชนผู้เล่นว่า ทีมงานของสตูดิโอเองก็ “โกรธและผิดหวัง” กับสภาพของเกมเช่นกัน แต่ยืนยันว่าครั้งนี้ไม่ใช่ผลงานที่ Creative Assembly เป็นผู้พัฒนาหลักโดยตรง และไม่ได้ผ่านกระบวนการตรวจสอบคุณภาพภายในแบบเดียวกับงานที่ทำในบ้าน
Collum ระบุว่าทีมของเขาหันไปโฟกัสกับโปรเจกต์ใหญ่ถัดไปมากเกินไป จนละสายตาจากการพัฒนาภายนอกของเกมชุดนี้ อย่างไรก็ตาม เขาย้ำว่าชื่อ Total War อยู่บนผลงานนี้ และด้วยเหตุนี้ Creative Assembly จึงต้องรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกล่าวว่าทีมจำเป็นต้อง “ยอมรับและแก้ไข” ปัญหาที่เกิดขึ้นให้ได้
อีกประเด็นที่ถูกพูดถึงมากคือข้อกังวลเรื่องการใช้ generative AI ในรีมาสเตอร์นี้ Collum ชี้แจงว่า Creative Assembly มองตัวเองเป็นสตูดิโอที่ยึดงานฝีมือเป็นหลัก และแม้อาจใช้เครื่องมือ AI ในงานประเภทวิเคราะห์ ขุดหาข้อบกพร่อง หรือทำต้นแบบอย่างรวดเร็ว แต่ไม่ได้ใช้ generative AI เพื่อสร้างอาร์ตหรือทรัพยากรในเกม พร้อมระบุว่ามาตรฐานเดียวกันนี้ใช้กับผู้พัฒนาภายนอกที่ร่วมงานด้วย และกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่ากระบวนการผลิตของ Shogun 2: Complete Edition มีปัญหาตรงไหนกันแน่
แม้ Collum จะไม่ได้เอ่ยชื่อสตูดิโอภายนอกโดยตรง แต่ข้อมูลบนหน้า Steam ระบุว่ามี Mataboo จากวอร์ซอเป็นหนึ่งในทีมที่เกี่ยวข้อง โดยสตูดิโอนี้อธิบายว่าทำงานสนับสนุนการพัฒนาเกมแบบครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบ เครื่องมือ การพอร์ต การปรับประสิทธิภาพ ไปจนถึงงานตรวจสอบความเข้ากันได้และบำรุงรักษา และเคยทำงานกับเกมหลายโครงการใหญ่ในอุตสาหกรรมมาก่อน
อย่างไรก็ดี คำชี้แจงดังกล่าวไม่ได้ช่วยคลายความไม่พอใจของแฟน ๆ มากนัก หลายคนมองว่าไม่ว่าการพัฒนาจะจ้างภายนอกหรือไม่ สุดท้าย Creative Assembly และ Sega ก็ยังเป็นผู้รับผิดชอบต่อสินค้าที่ส่งออกสู่ตลาด และข้อบกพร่องของเกมก็ใหญ่เกินกว่าจะมองข้ามได้ นอกจากนี้ยังมีเสียงวิจารณ์ต่อการโปรโมตล่วงหน้าที่ดูเหมือนทีมงานบางส่วนจะให้ความเห็นเชิงบวกกับตัวเกมก่อนเปิดตัว ทั้งที่อาจไม่ได้เล่นหรือประเมินอย่างละเอียด
Collum ทิ้งท้ายด้วยการขอให้ชุมชนแยกแยะความโกรธออกจากการโจมตีตัวบุคคล โดยระบุว่าเป้าหมายของการสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาคือความปลอดภัยของทีมงาน ไม่ใช่การเปิดทางให้เกิดการคุกคาม ขณะเดียวกันเขาย้ำว่าความรับผิดชอบสูงสุดอยู่ที่ตัวเขาเอง และสตูดิโอต้องพิสูจน์ความเชื่อมั่นกลับคืนมาด้วยการทำเกมที่ดีขึ้น รวมถึงการรับมือเมื่อเกิดความผิดพลาดอย่างจริงจัง


