Cupertino เปิดประเดิมซีซันแรกด้วยคดีสตาร์ทอัพและประเด็น AI
ซีรีส์ใหม่ของ CBS อย่าง “Cupertino” จากฝีมือ Robert และ Michelle King ถูกมองว่าเป็นละครดราม่าที่พาไปสำรวจโลกเทคโนโลยีร่วมสมัยได้อย่างเข้มข้นและเข้าใจง่าย ผ่านสไตล์เล่าเรื่องที่ทั้งเฉียบคมและมีอารมณ์…

ซีรีส์ใหม่ของ CBS อย่าง “Cupertino” จากฝีมือ Robert และ Michelle King ถูกมองว่าเป็นละครดราม่าที่พาไปสำรวจโลกเทคโนโลยีร่วมสมัยได้อย่างเข้มข้นและเข้าใจง่าย ผ่านสไตล์เล่าเรื่องที่ทั้งเฉียบคมและมีอารมณ์ขันแบบเดียวกับผลงานก่อนหน้าของคู่หูผู้สร้างอย่าง The Good Wife, The Good Fight และ Evil
ตอนเปิดซีซัน “Michael & Olivia” เริ่มต้นด้วยการที่ทนายสายซิลิคอนแวลลีย์สองคนคือ Michael Price และ Olivia Siffre ถูกปลดออกจากบริษัทสตาร์ทอัพ S-Talk แบบไม่ให้ทันตั้งตัว โดย Michael เป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งที่ถือหุ้น ส่วน Olivia เป็นทนายรุ่นใหม่เพิ่งจบไม่กี่ปี แต่จุดเชื่อมสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ Olivia รู้เบาะแสว่าการไล่ Michael ออกอาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย และถูกวางแผนเพื่อให้บริษัทกั๊กผลประโยชน์ทางการเงินของเขาไว้
จากเหตุการณ์สั้นๆ นี้ ซีรีส์ค่อยๆ วางแกนความสัมพันธ์ของตัวละครหลักทั้งคู่ Michael ถูกวางให้เป็นทนายที่มีเสน่ห์ ฉลาด และยืนอยู่ฝั่งคนตัวเล็กที่ถูกเทคโนโลยียักษ์กลืนกิน ขณะที่ Olivia ถูกเล่าในฐานะคนหนุ่มสาวที่เฉียบแหลมแต่ยังประสบการณ์น้อย ต้องปรับตัวจากพื้นเพครอบครัวคริสเตียนในชนบทเข้าสู่โลกของสตาร์ทอัพที่เต็มไปด้วยเกมอำนาจ การต่อรอง และความกำกวมทางศีลธรรม
บทวิจารณ์ชี้ว่าเสน่ห์ของซีรีส์อยู่ที่การรวม “คดีร้อนจากข่าวจริง” เข้ากับตัวละครสีสันจัดและจังหวะพลิกไปมาอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นลายเซ็นของตระกูล King ไม่ว่าจะเป็นการหยิบประเด็นการล่วงละเมิดทางเพศในที่ทำงาน ความเหลื่อมล้ำด้านหุ้นและอำนาจของผู้ก่อตั้ง การยึดความเป็นบุคคลของโมเดลภาษาใหญ่ หรือการเปิดโปงภาพลักษณ์ฟองสบู่ของเหล่าเทคบรอที่ซ่อนผลประโยชน์ไว้หลังคำสวยหรู
อีกจุดที่ถูกเน้นคือการคัดนักแสดงสมทบที่แข็งแรงตามแบบฉบับผลงานของผู้สร้าง ทั้งการนำนักแสดงที่มีคาแรกเตอร์เด่นมาช่วยขับสีสันของโลกเทคโนโลยี และการปรับบทตัวละครแนว “คนช่วยแก้ปัญหา” ให้เข้ากับยุคใหม่ผ่าน Christy Palladino ซึ่งทำหน้าที่คล้ายผู้ช่วยสายสตรีทสมาร์ตในที่ทำงาน
โดยรวมแล้ว Cupertino ถูกมองว่าไม่ใช่แค่ละครกฎหมายหรือซีรีส์สำนักงานธรรมดา แต่เป็นงานที่ใช้ความบันเทิงแบบกระแสหลักมาช่วยทำให้ประเด็นซับซ้อนในวงการเทคโนโลยีจับต้องได้ ตั้งแต่ความเป็นธรรมในที่ทำงาน ไปจนถึงอำนาจของบริษัทเทคและปัญหาความเป็นส่วนตัว ผู้วิจารณ์ประเมินว่าซีรีส์มีศักยภาพจะกลายเป็นอีกผลงานที่ทำให้ผู้ชมเข้าใจ “ด้านมืด” ของโลกเทคได้มากขึ้นในรูปแบบที่ดูสนุกและติดตามง่าย


