อธิการบดี Dartmouth ลาออก หลังไม่เปิดเผยการใช้ AI ในงานเขียนทางวิชาการและบทความสาธารณะ
Santiago Schnell อดีตคณบดีฝ่ายวิชาการของ Dartmouth College ต้องลาออกจากตำแหน่งหลังคณะกรรมการที่ปรึกษาตรวจพบว่าเขาไม่ได้เปิดเผยการใช้เครื่องมือ AI อย่างมีนัยสำคัญในทั้งงานวิชาการชิ้นหนึ่งและบทความแสดง…

Santiago Schnell อดีตคณบดีฝ่ายวิชาการของ Dartmouth College ต้องลาออกจากตำแหน่งหลังคณะกรรมการที่ปรึกษาตรวจพบว่าเขาไม่ได้เปิดเผยการใช้เครื่องมือ AI อย่างมีนัยสำคัญในทั้งงานวิชาการชิ้นหนึ่งและบทความแสดงความคิดเห็นที่ตีพิมพ์ใน Washington Post แม้เงื่อนไขของสำนักพิมพ์จะกำหนดให้ต้องเปิดเผยการใช้ AI อย่างชัดเจน
กรณีนี้ยิ่งสะท้อนความย้อนแย้ง เพราะไม่กี่เดือนก่อน Schnell เพิ่งเขียนบทความเตือนว่าสถาบันอุดมศึกษากำลังเผชิญปัญหาการทุจริตจาก AI และควรมองลึกกว่าการจับผิดในห้องเรียน แต่เมื่อมีการตรวจสอบตัวเขาเองกลับพบว่าใช้ AI ในกระบวนการเขียนอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะการปรับแก้ต้นฉบับ ตรวจหาข้อผิดพลาดในโค้ด และช่วยสร้างหรือแก้ไขภาพประกอบในงานเขียน
รายงานของคณะกรรมการระบุด้วยว่า Schnell ให้ความร่วมมือไม่เพียงพอในการสอบสวน เขาส่งมอบเพียงแล็ปท็อปของมหาวิทยาลัย แต่ไม่ยอมส่งบันทึกการใช้งานจากบัญชี LLM ส่วนตัวที่เกี่ยวข้องกับงานเขียน และยังปฏิเสธที่จะเข้าพบคณะกรรมการโดยตรง ทำให้การประเมินขอบเขตการใช้ AI ของเขาไม่สมบูรณ์
อย่างไรก็ดี คณะกรรมการสามารถเข้าถึงบัญชี Claude Enterprise ที่เขาใช้ผ่านระบบของ Dartmouth ได้ และพบหลักฐานการใช้ AI ในลักษณะเป็นเครื่องมือช่วยเขียนและช่วยทำงานวิชาการ ไม่ใช่เพียงการตรวจภาษาอย่างผิวเผิน ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่แค่การใช้ AI แต่เป็นการไม่เปิดเผยการใช้ตามข้อกำหนดของสำนักพิมพ์และมาตรฐานความโปร่งใสทางวิชาการ
เหตุการณ์นี้กลายเป็นตัวอย่างชัดเจนของแรงเสียดทานระหว่างการยอมรับ AI ในงานวิจัย/งานเขียน กับมาตรฐานจริยธรรมและการเปิดเผยที่สถาบันการศึกษากำลังพยายามกำหนดให้ชัดเจนมากขึ้น สำหรับแวดวงมหาวิทยาลัย เรื่องนี้ตอกย้ำว่าการใช้ AI โดยผู้นำสถาบันเองยิ่งต้องอยู่ภายใต้กติกาที่เคร่งครัด เพราะความน่าเชื่อถือขององค์กรขึ้นกับความโปร่งใสของคนที่กำหนดนโยบายเหล่านี้ด้วย


