David Hayter เผยหนัง Lost Planet เวอร์ชันภาพยนตร์ที่เคยเขียนไว้ แต่สุดท้ายถูกพับเพราะวิกฤตการเงิน
David Hayter นักพากย์และนักเขียนบทที่หลายคนรู้จักจากบท Solid Snake ในซีรีส์ Metal Gear เปิดเผยอีกครั้งว่าเขาเคยเขียนบทภาพยนตร์ดัดแปลงจากเกม Lost Planet ให้ Warner Bros. ไว้ตั้งแต่ปี 2008 แต่โครงการไม่…

David Hayter นักพากย์และนักเขียนบทที่หลายคนรู้จักจากบท Solid Snake ในซีรีส์ Metal Gear เปิดเผยอีกครั้งว่าเขาเคยเขียนบทภาพยนตร์ดัดแปลงจากเกม Lost Planet ให้ Warner Bros. ไว้ตั้งแต่ปี 2008 แต่โครงการไม่เคยเดินหน้าต่อ หลังจากวิกฤตการเงินโลกทำให้แผนการสร้างสะดุดและท้ายที่สุดก็หายไปจากระบบของสตูดิโอ
Hayter เล่าย้อนว่าบทหนังเรื่องนี้ถูกวางให้เป็นงานขนาดใหญ่ และเขามองว่า Lost Planet มีโลกไซไฟที่โดดเด่นพอจะต่อยอดเป็นภาพยนตร์ได้ ทั้งชุดเกราะ สิ่งมีชีวิต และบรรยากาศบนดาวน้ำแข็งที่มีเอกลักษณ์ เขายังเชื่อว่าแก่นเรื่องเกี่ยวกับพลังงานและทรัพยากรที่ร่อยหรอของโลกมีความร่วมสมัย และเหมาะจะนำมาขยายเป็นเรื่องเล่าในแบบภาพยนตร์
ในมุมของ Hayter จุดสำคัญคือเนื้อเรื่องต้นฉบับของเกมยังไม่แข็งแรงพอสำหรับการเล่าแบบหนัง เขาอธิบายว่าโทนการเล่าเรื่องของเกมค่อนข้างเป็นสไตล์ญี่ปุ่นที่เว้นช่องว่างมากและติดตามยาก จึงอยากใช้บทภาพยนตร์เข้ามาจัดโครงสร้างใหม่ให้ชัดเจนขึ้นในแบบที่ผู้ชมวงกว้างเข้าถึงได้ง่ายกว่า
ก่อนหน้านี้ Hayter เคยพูดถึงสาเหตุที่โครงการล้มไปต่างหากกันด้วย โดยในอดีตเขาเคยบอกว่ามีปัญหาภายในระหว่างหลายบริษัทที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ในบทสัมภาษณ์อีกครั้งเขาระบุชัดว่าฟองสบู่และการถดถอยทางการเงินในปี 2008 ส่งผลต่อสตูดิโอจำนวนมาก จนโปรเจ็กต์หลายอย่างรวมถึง Lost Planet ต้องหยุดชะงักและถูกพับไปตามสภาพตลาด
เรื่องนี้ยังสะท้อนให้เห็นว่าภาพยนตร์จากเกมจำนวนมากไม่ได้ล้มเหลวเพราะแนวคิดไม่ดีเสมอไป แต่บางครั้งเกิดจากจังหวะธุรกิจ การเงิน และการตัดสินใจภายในสตูดิโอมากกว่า สำหรับแฟนเกม Lost Planet จึงเหลือเพียงภาพของโปรเจ็กต์ที่น่าจะมีศักยภาพสูง แต่ไม่เคยได้ก้าวออกมาสู่จอจริง
แม้ตัวหนังจะไม่เคยเกิดขึ้น แต่ข่าวนี้ก็ทำให้ Lost Planet กลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง โดยเฉพาะในช่วงที่ Capcom มีท่าทีสนใจรีเฟรชหรือปลุก IP เก่าบางส่วนขึ้นมาใหม่ และบริษัทก็มีประสบการณ์ความสำเร็จกับการดัดแปลงเกมเป็นภาพยนตร์จาก Resident Evil และ Street Fighter อยู่แล้ว จึงยังพอมีพื้นที่ให้แฟน ๆ คาดหวังว่าอนาคตอาจมีการรื้อโปรเจ็กต์นี้ขึ้นมาพูดถึงอีกครั้ง


