แฟน Destiny 2 ดึงคอนเทนต์ที่ถูกลบกลับมาให้สำรวจได้อีกครั้งด้วยการแก้ไขบิลด์เก่า
ชุมชนผู้เล่น Destiny 2 กำลังทดลองเปิดพื้นที่เก่าที่เคยถูก Bungie ถอนออกจากเกมกลับมาให้สำรวจได้อีกครั้ง ผ่านการดัดแปลงบิลด์เก่าของเกม โดยเป้าหมายหลักไม่ใช่การนำเกมเวอร์ชันเดิมกลับมาเล่นเต็มรูปแบบ แต่…

ชุมชนผู้เล่น Destiny 2 กำลังทดลองเปิดพื้นที่เก่าที่เคยถูก Bungie ถอนออกจากเกมกลับมาให้สำรวจได้อีกครั้ง ผ่านการดัดแปลงบิลด์เก่าของเกม โดยเป้าหมายหลักไม่ใช่การนำเกมเวอร์ชันเดิมกลับมาเล่นเต็มรูปแบบ แต่เป็นการเก็บรักษาและเปิดให้เข้าชมฉากและสภาพแวดล้อมที่หายไปจากเกมหลักไปแล้ว
จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ย้อนกลับไปถึงการตัดสินใจของ Bungie ในปี 2020 ที่ประกาศ “content vault” เพื่อย้ายหรือถอดคอนเทนต์จำนวนมากออกจาก Destiny 2 หลังการขยายเนื้อหา Beyond Light ซึ่งรวมถึงแคมเปญ เนื้อเรื่อง พื้นที่โลก และกิจกรรมต่าง ๆ แม้เหตุผลด้านเทคนิคและการบริหารจัดการเกมระยะยาวจะพออธิบายได้ แต่การถอดคอนเทนต์ที่ผู้เล่นเคยจ่ายเงินเข้าถึงสร้างกระแสวิจารณ์อย่างหนัก และกลายเป็นภาพลักษณ์เชิงลบที่ติดตามเกมมานาน
เวลาผ่านมา 6 ปีหลังการลดขนาดเกม และราว 2 เดือนหลัง Bungie ยุติการพัฒนาแบบ live service ผู้เล่นเริ่มเห็นวิดีโอที่แสดงการเข้าไปเดินสำรวจในพื้นที่ที่เข้าถึงไม่ได้แล้ว รวมถึงบางฉากที่ไม่เคยถูกใช้งานเต็มที่ในเกมจริง ภาพเหล่านี้มาจากผลงานของนักพัฒนา/ผู้สร้างเครื่องมือชื่อ stanuwu ซึ่งกำลังทำโปรเจ็กต์ที่เรียกว่า Destiny 2 Shadowkeep Singleplayer Exploration Mode สำหรับโหลดเข้าไปสำรวจสภาพแวดล้อมจากบิลด์สุดท้ายก่อนการ vault content
อย่างไรก็ตาม เครื่องมือนี้ไม่ได้ตั้งใจให้เล่น Destiny 2 เวอร์ชันเก่าได้จริง ผู้ใช้จะไม่สามารถย้อนกลับไปเล่นภารกิจ Red War หรือ raid เก่า ๆ ได้ เพราะระบบเกมเพลย์หลักไม่ได้ถูกใส่ไว้ ตามที่ผู้พัฒนาระบุไว้ชัดเจนว่าเครื่องมือนี้จะไม่มีการเพิ่มกลไกการเล่นใด ๆ ทั้งสิ้น เมื่อโหลดบิลด์ Season of Arrivals ที่ผู้ใช้ต้องจัดหาเองเข้าไป แผนที่จะแสดงเป็นพื้นที่ว่าง ไม่มีศัตรู NPC หรือกิจกรรมต่าง ๆ
แม้จะไม่ใช่การนำเกมกลับมาเล่นเต็มรูปแบบ แต่เครื่องมือนี้มีความสำคัญในเชิงอนุรักษ์มาก เพราะจะช่วยให้ผู้เล่นและนักสะสมผลงานสามารถกลับไปสำรวจพื้นที่ที่หายไปจากเกมได้อีกครั้ง พร้อมฟีเจอร์อย่างการบินและ noclip เพื่อดูสภาพแวดล้อมได้อย่างอิสระ สิ่งนี้มีคุณค่าเป็นพิเศษในมุมของการเก็บรักษางานศิลป์ ฉาก และการออกแบบสภาพแวดล้อมของ Destiny 2 ซึ่งอาจเป็นหลักฐานสำคัญของประวัติศาสตร์เกม หากวันหนึ่งตัวเกมหลักปิดให้บริการหรือเข้าถึงไม่ได้อีกต่อไป
ผู้พัฒนาแจ้งว่าจะปล่อยเครื่องมือนี้ภายในราวสองสัปดาห์ และระบุว่าจะเปิดให้ใช้งานฟรีพร้อมซอร์สโค้ดแบบโอเพนซอร์สเมื่อเปิดตัวจริง สำหรับแฟนเกมและผู้สนใจด้าน game preservation นี่จึงเป็นตัวอย่างของการที่ชุมชนผู้เล่นเข้ามาช่วยเก็บรักษาคอนเทนต์ที่ผู้พัฒนาไม่ได้มีช่องทางให้เข้าถึงอย่างเป็นทางการอีกต่อไป


