Disney ชี้หนังไลฟ์แอ็กชัน Moana แพ้เพราะจังหวะฉายไม่เหมาะ ไม่ใช่เพราะตัวหนัง
ดานา วอลเดน ประธานของ Disney ออกมาอธิบายกรณีผลงานไลฟ์แอ็กชัน Moana ที่ทำรายได้ต่ำกว่าคาด โดยระบุว่าเป็นผลจาก “สถานการณ์ผิดปกติ” และจังหวะการออกฉายที่ไม่เอื้อ มากกว่าจะเป็นปัญหาคุณภาพของตัวภาพยนตร์ เธอ…

ดานา วอลเดน ประธานของ Disney ออกมาอธิบายกรณีผลงานไลฟ์แอ็กชัน Moana ที่ทำรายได้ต่ำกว่าคาด โดยระบุว่าเป็นผลจาก “สถานการณ์ผิดปกติ” และจังหวะการออกฉายที่ไม่เอื้อ มากกว่าจะเป็นปัญหาคุณภาพของตัวภาพยนตร์ เธอย้ำในงาน Bloomberg Screentime ว่าตลาดหนังปัจจุบันแข่งขันกันสูงมาก จึงต้องมีทั้ง “หนังที่ใช่” และ “ช่วงเวลาที่ใช่” เพื่อดึงความสนใจผู้ชมให้ได้
วอลเดนมองว่า Moana ฉบับคนแสดงได้รับผลกระทบจากการที่ภาคต่อแบบแอนิเมชันอย่าง Moana 2 เพิ่งเข้าฉายไปก่อนหน้าไม่นาน ซึ่งทำให้ความต้องการจากผู้ชมอาจยังไม่สะสมมากพอ เธออธิบายว่าภาคสองดังกล่าวเกิดขึ้นจากการปรับแผนของ Disney ในช่วงท้าย จากเดิมที่ตั้งใจจะทำเป็นซีรีส์บน Disney+ แต่เปลี่ยนมาเป็นหนังโรง จึงทำให้ตารางฉายของแฟรนไชส์นี้เบียดกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ในมุมของ Disney จึงมองว่าการที่หนังคนแสดงออกมาตามหลังภาคแอนิเมชันเพียงราว 18 เดือน เป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้รายได้ไม่เป็นไปตามเป้า และอาจยังไม่มีเวลาพอให้กระแสความคาดหวังต่อเรื่องราวของ Moana สร้างแรงส่งใหม่ได้มากพอ อย่างไรก็ตาม บทความชี้ว่าปัญหาดังกล่าวส่วนหนึ่งเกิดจากการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ของ Disney เองด้วยเช่นกัน
ขณะเดียวกัน กระแสตอบรับต่อหนังไลฟ์แอ็กชัน Moana ก็ไม่ได้ช่วยพยุงภาพลักษณ์ของเรื่องมากนัก เพราะนักวิจารณ์จำนวนมากให้คะแนนค่อนข้างต่ำ โดยคะแนนบน Rotten Tomatoes อยู่ที่ 33% และภาพยนตร์ถูกวิจารณ์ว่าทำซ้ำต้นฉบับมากเกินไป ขณะที่ตัวอย่างก่อนฉายยังถูกผู้ชมตั้งข้อสังเกตเรื่องฉาก CGI และการออกแบบภาพที่ถูกนำไปล้อเลียนบนโลกออนไลน์ รวมถึงทรงผมของดเวย์น จอห์นสันในบท Maui
IGN เองก็ให้คะแนนภาพยนตร์ 6/10 โดยมองว่าเป็นการเล่าเรื่องแบบเฟรมต่อเฟรมจากแอนิเมชันต้นฉบับ แต่ไม่ได้เพิ่มเหตุผลมากพอที่จะทำให้การสร้างใหม่ครั้งนี้ดูจำเป็น ทั้งนี้ แม้หนังคนแสดงจะไม่ประสบความสำเร็จตามคาด แต่แฟรนไชส์ Moana ยังเดินหน้าต่อ โดยมีภาคแอนิเมชันลำดับที่สามอยู่ในแผน ขณะที่ยังไม่มีสัญญาณว่ามีการพัฒนาภาคต่อแบบไลฟ์แอ็กชันแต่อย่างใด


